“ไม่ต้อง พวกเขาจะไม่เข้ามายุ่ง!”
“ข้าคร้านจะฟังคำไร้สาระของเจ้าแล้ว!”
ผู้อาวุโสสิบมองเวลา ก่อนจะพูดขึ้น “เริ่ม!”
ทันใดนั้นเฮยหลวนก็ปล่อยกลุ่มหมอกสีดำออกมา เมื่อทุกคนหันไปมองก็เห็นว่าบนลานประลองดูมืดสลัวไป
ไม่เพียงเท่านั้น ทุกคนยังได้เห็นนกสีดำจำนวนมากบินอยู่ และเป้าหมายของพวกมันก็คือกานจิ่วเม่ยและกู่ซานฉง
เดิมทีชายหนุ่มคิดจะให้กุ่ยเจี๋ยออกมา แต่อีกฝ่ายมีหน้าที่คอยเฝ้ามอง ดังนั้นเขาจึงนำศิลาออกมา
ในศิลานี้มีลิ่วกุ่ย
เมื่อเห็นลู่เฉินสั่งการลิ่วกุ่ยแล้ว ศิลาก็เริ่มซึมซับวิญญาณรอบ ๆ
นกสีดำเหล่านี้ แท้จริงแล้วไร้กายเนื้อ เป็นเพียงวิญญาณนก ดังนั้นตอนที่นกเหล่านี้คิดจะโจมตีกานจิ่วเม่ยและกู่ซานฉงก็ถูกศิลานี้ดูดซับเข้าไป
ทุกคนตะลึงและสงสัยว่าศิลาที่เขาถือไว้ในมือ แท้จริงแล้วคือสมบัติวิญญาณอะไรกันแน่
ไม่เพียงคนเหล่านี้ แม้แต่ผู้อาวุโสสี่ก็รู้สึกแปลกใจ “ผู้อาวุโสเจ็ด ศิลานั่นคือสิ่งใดกัน? เหตุใดจึงสามารถดูดวิญญาณของนกเหล่านั้นได้”
“เจ้าถามข้า แล้วข้าจะถามใครกัน?” ผู้อาวุโสเจ็ดย้อนถามกลับอย่างไม่เข้าใจเช่นกัน
“เจ้าหนุ่มผู้นี้ ช่างทำให้คนคาดเดาไม่ได้จริง ๆ” ผู้อาวุโสสี่พึมพำ
ผู้อาวุโสเจ็ดแสดงท่าทางเห็นด้วยคำพูดของผู้อาวุโสสี่ ก่อนจะพูดขึ้นมา “ช่างเป็นเจ้าหนุ่มที่ประหลาดจริง ๆ”
เฮยหลวนที่อยู่บนลานประลองแสดงสีหน้าแปลกใจขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม นี่คือสมบัติวิญญาณใดกัน?”
“เจ้าเรียกว่าข้าว่าอาจารย์ แล้วข้