เท่านั้น ดวงตาทั้งสองข้างของเฮยหลวนข้างหนึ่งเป็นสีแดง และข้างหนึ่งเป็นสีน้ำเงิน พลังวิญญาณยังพุ่งสูงขึ้น แม้แต่กานจิ่วเม่ยและกู่ซานฉงที่ยืนอยู่ด้านหลังลู่ฉินต่างก็รู้สึกว่าวิญญาณกำลังสั่นไหวอยู่
ผู้คนรอบ ๆ ลานประลองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน มีบางคนพูดขึ้นมาด้วยความร้อนใจ “ข้าขยับไม่ได้แล้ว!”
“ข้าก็ขยับไม่ได้เช่นกัน!”
“พลังวิญญาณของข้า เหตุใดจึงหายไป?”
“เคล็ดวิชาวิหควิญญาณสวรรค์ สามารถทำให้ในระยะหนึ่งร้อยก้าว ผู้ใดที่อ่อนแอกว่าผู้ใช้เคล็ดวิชาจะสูญเสียพลังวิญญาณไปชั่วขณะ ราวกับถูกแช่แข็งอยู่” ผู้อาวุโสสิบขมวดคิดพลางอธิบาย
เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นต่างก็หวาดกลัวจนเบิกตากว้าง
กานจิ่วเม่ยที่อยู่บนลานประลองกังวลใจขึ้นมา “ข้าก็ขยับไม่ได้แล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น กู่ซานฉงจึงลองดู ก่อนจะพบว่าตนไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ และเมื่อพลังวิญญาณหายไป จึงมีสีหน้าไม่ดีนัก
เฮยหลวนดีใจ ทั้งยังลูบปีกคู่นั้นพลางยิ้มและมองลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม เป็นอย่างไร? รู้ถึงความเก่งกาจของข้าแล้วใช่หรือไม่!”
“เคล็ดวิชาวิญญาณนี้ของเจ้าก็น่าสนใจดี หากคิดจะจัดการกับผู้ที่มีพลังวิญญาณอ่อนแอกว่าเจ้าก็นับว่ามีประโยชน์อยู่ แต่คิดจะจัดการข้านั้น นับว่าไร้สาระ!”
เฮบหลวนไม่เชื่อ นางยิ้มพลางมองชายหนุ่ม “เจ้าอยู่ขั้นหลอมแก่นแท้ ส่วนข้า… หลอมรวมพลังวิญญาณของน้องสาวทั้งสอง ทำให้พลังวิญญาณของข้ามากกว่าเดิมถึงสองเท่า ในขณะเดียวกันข้าก็พันธนาก