ากฏออกมาปกคลุมทั้งสามไว้ตรงนั้น กานจิ่วเม่ยจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เขตแดนหมัดแสงทอง?”
กู่ซานฉงลองโจมตีอีกครั้ง พบว่าเขตแดนนี้แข็งแกร่งกว่าของจินอีฉุยอยู่มาก
ผู้คนที่มองดูอยู่เริ่มถกเถียงกันจนเกิดเสียงดังรอบด้าน
“เคล็ดวิชาที่ถูกผนึกไว้แล้ว”
“ผู้อาวุโสแปดมอบสิ่งนี้ให้กับพวกเขานี่เอง”
“เช่นนั้นคงน่ากลัวมาก?”
“เก่งกว่าจินอีฉุยยิ่งนัก!”
ขณะนั้นเอง ผู้อาวุโสเจ็ดที่อยู่ในมุมมืดก็หัวเราะขึ้น “ผู้อาวุโสแปด ท่านช่างหน้าไม่อายเสียจริง ถึงกับมอบสิ่งของเช่นนี้ออกไป”
“ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า!” ผู้อาวุโสแปดตะโกนไปรอบ ๆ
ผู้อาวุโสเจ็ดทนดูต่อไปไม่ไหว จึงพูดเยาะเย้ยขึ้นมา “ไม่เกี่ยวกับข้า แต่การประลองในวันนี้ เจ้ากลับใช้วิธีสกปรกเช่นนี้ อยากถูกผู้คนหัวเราะเยาะงั้นหรือ?”
“ข้าไม่สนใจ!” ผู้อาวุโสแปดตอบกลับ
ผู้อาวุโสเจ็ดกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่บนลานประลองกลับคึกครื้นขึ้นมา เพราะทั้งสามคนกำลังเตรียมที่จะลงมือกับลู่เฉินและพวกที่อยู่ภายในเขตแดน
แต่ชายหนุ่มกลับวางมือข้างหนึ่งลงบนเขตแดนหมัดแสงทอง จู่ ๆ เขตแดนหมัดแสงทองก็ดูเลือนรางไป ราวกับจะหายไปได้ตลอดเวลา
“นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?” ผู้อาวุโสแปดตกตะลึง
ไม่เพียงแต่ผู้อาวุโสแปดเท่านั้น ชายหน้าดำและคนอื่น ๆ บนลานประลองต่างก็เบิกตากว้าง
กานจิ่วเม่ยหัวเราะลั่น “เก่งกาจ”
หลังจากนั้น เขตแดนนั้นก็หายไปในที่สุด
กลุ่มของชายหน้าดำมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ผู้อาวุโสแปดแสดงท่าท