งดูเสียหน่อยว่าเป็นผู้ใดกัน” หญิงสาวเดินไปตรงหน้าอีกฝ่าย พลางมอง ‘มนุษย์สีทอง’ อย่างพิจารณา
เมื่อพบว่าลู่เฉินเป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้ หญิงสาวจึงฝืนยิ้มออกมา “ศิษย์น้อง เจ้าโง่หรือไม่? เพียงขั้นหลอมแก่นแท้ จำเป็นต้องใช้เคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งเพียงนั้นเชียวหรือ?”
“ไม่มีวิธีอื่นอีกแล้ว เจ้าหนุ่มผู้นี้แปลกประหลาดเกินไป”
“ขั้นหลอมแก่นแท้ มีสิ่งใดแปลกกัน?” หญิงสาวไม่เชื่อ
“ศิษย์พี่กาน มีบางอย่างที่ท่านไม่รู้ เจ้าหนุ่มผู้นี้สามารถทำให้กระบี่ไม่ฟังคำสั่งของข้าได้ และการโจมตีของข้าเมื่อตกลงบนร่างกายของเขา เขายังสามารถเคลื่อนไหวกายได้ทันที ทำให้ข้าไม่สามารถทำอันตรายเขาได้” กู่ซานชิงอธิบาย
เมื่อได้ยินดังนั้น หญิงสาวก็รู้สึกได้ถึงความลึกลับบางอย่าง จึงมองไปยังกู่ซานชิงด้วยความแปลกใจ “ศิษย์น้อง เจ้าไม่ได้พูดเรื่องตลกใช่หรือไม่?”
“ข้าเปล่า!”
หญิงสาวรู้ดีว่ากู่ซานชิงไม่ใช่ผู้ที่ชอบพูดจาโกหก นางจึงมองลู่เฉินอย่างพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงหันไปตะโกนใส่กู่ซานชิง “ปล่อยเขาออกมาให้ข้าดูเสียหน่อยว่าเขาแข็งแกร่งเพียงใด!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู่ซานชิงจึงขมวดคิ้วมุ่น “เจ้าแน่ใจหรือ?”
“วางใจเถิด เพียงแค่เจ้าหนุ่มขั้นหลอมแก่นแท้ จะหนีไปได้อย่างไรกัน?”
“เช่นนั้นก็ดี!” กู่ซานชิงจึงดึงพลังของเขากลับเข้ามาทันที
เพียงเห็นเสาสีทองรอบ ๆ หายไป พลังบนร่างของลู่เฉินก็หายไปเช่นกัน จากนั้นหญิงสาวจึงฉีกยิ้มพลางมองอีกฝ่า