สุดท้ายด้วย
ชายหนุ่มก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน ในเมื่อคนเหล่านี้คิดจะจัดการตน จะสามารถให้ตนเข้าไปเป็นลำดับแรกจากนั้นค่อยฆ่าก็ยังได้
อย่างไรก็ตาม ฟ่านหลงไม่ได้อธิบาย เขาเพียงแค่จัดแถวให้ทุกคน
ส่วนลู่เฉินก็รอคนอื่น ๆ อยู่ที่นั่นเช่นกัน
ระยะเวลาการทดสอบนั้นไม่ยาวและสั้นเกินไป ทุกคนใช้เวลาหนึ่งถ้วยชาโดยประมาณ ผสมกับมีระยะเวลาการพักคั่นกลาง ดังนั้นกว่าจะถึงลู่เฉินก็กินเวลาไปประมาณหนึ่งชั่วยาม
แต่ยามนี้ท้องฟ้ามืดลงแล้ว
“ช่วงเวลากลางวันและกลางคืนของพระราชวังสินธุเหมันต์นั้นเหมือนกับภายนอก” เขาจึงมั่นใจได้ว่า กลางวันและกลางคืนของที่นี่เชื่อมต่อกับโลกภายนอก
“มัวอึ้งอันใด ถึงตาเจ้าแล้ว” ฟ่านหลงพูดตัดบทความคิดของลู่เฉิน และให้ชายหนุ่มเข้าไปทันที
ลู่เฉินไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่เดินเข้าไปภายในตำหนัก
ฟ่านหลงมองตามหลังของอีกฝ่าย ก่อนจะยกยิ้มขึ้นด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาด “อีกไม่นานจะรอดูว่าเจ้าจะตายอย่างไร!”
…
เมื่อเข้าไปภายในตำหนัก เดิมทียังมีแสงผ่านทะลุเข้ามาภายในจึงสามารถมองเห็นทางด้านหน้าได้ แต่เพียงไม่นาน เส้นทางนี้ก็มืดสลัวลง จากนั้นรอบด้านก็มืดสนิท
เสียงของชิงอีถงดังขึ้นมา
เขากำลังหัวเราะมาจากตรงไหนสักแห่ง “เจ้าหนุ่ม เจ้ามาหาที่ตายที่นี่ทำไมกัน?”
พูดจบ แสงสีน้ำเงินของชิงอีถงจึงสว่างวาบและปรากฏอยู่ในมุมหนึ่ง จากนั้นร่างของเขาก็ยืนอยู่ตรงนั้นพลางมองมายังลู่เฉินที่ยืนอยู่กลางตำหนัก
ลู่เฉินเอ่ยออกมาว่า “