งนี้ ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ถึงพลังอันน่ากลัวของข้า!”
พูดจบ บุตรศักดิ์สิทธิ์จึงกางฝ่ามือทั้งสองออก โครงกระดูกที่อีกฝ่ายแบกนั้นพุ่งตัวมาด้านหลังลู่เฉินทันที จากนั้นจึงปีนขึ้นมาบนหัวไหล่ของเขา
บุตรศักดิ์สิทธิ์เผยรอยยิ้มประหลาดออกมา “เมื่อถูกมันพันรัด เจ้าก็จะรู้สึกว่าทั่วทั้งร่างไร้เรี่ยวแรง จนนอนลงไปบนพื้นในที่สุด”
แต่ลู่เฉินกลับมองไปยังโครงกระดูกบนไหล่ของตนพลางเผยรอยยิ้มเย็นชา “ของสิ่งนี้ สำหรับข้าแล้วก็เป็นเพียงแค่โครงไก่เท่านั้น!”
“โครงไก่?” บุตรศักดิ์สิทธิ์รู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังพูดเรื่องตลก
ลู่เฉินไม่ได้อธิบายใด ๆ แต่ให้กุ่ยเจี๋ยออกมาแทน
กุ่ยเจี๋ยจับโครงกระดูกไว้ทันที และพลังภายในโครงกระดูกนั้นจึงถูกดูดออกไปจนแห้ง ทำให้เพียงไม่นาน เงากระดูกนั้นก็หายไปในที่สุด
เมื่อบุตรศักดิ์สิทธิ์เห็นเช่นนั้นก็เบิกตากว้าง “เป็นไปได้อย่างไร?”
“จงบอกมาเถิด เคล็ดวิชาหลังค่อมนี้ เจ้าเรียนมาจากที่ใดกัน?” ลู่เฉินจ้องไปยังบุตรศักดิ์สิทธิ์พลางเอ่ยถาม
บุตรศักดิ์สิทธิ์ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้จักเคล็ดวิชาภูตนี้ จึงถามขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ “เจ้ารู้จักเคล็ดวิชาภูตนี้?”
“เคยได้ยินมาเท่านั้น” ลู่เฉินตอบ
แต่บุตรศักดิ์สิทธิ์กลับมีเจตนาที่จะสังหาร แววตาพลันเปล่งแสงสีแดงเลือด “เช่นนั้น ข้าต้องสังหารเจ้า!”
“สังหารข้า?”
“เพราะผู้ที่รู้ความลับนี้สมควรตายทั้งสิ้น!” บุตรศักดิ์สิทธิ์เผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา ราวกับถูกคนเข้ามาส