สมบัติวิญญาณหรือความสามารถบางอย่าง ก็ไม่สามารถควบคุมกระบี่เหล่านั้นได้” หั่วลั่งกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
แต่ลู่เฉินกลับมองไปที่หั่วลั่งด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ประเมินข้าต่ำไป!”
“ประเมินต่ำไปหรือ? ข้าเปล่านะ!” หั่วลั่งไม่คิดเช่นนั้น
“เช่นนั้นก็หยุดพูดซะ” ชายหนุ่มขี้เกียจฟัง
หั่วลั่งเห็นว่าลู่เฉินไม่อยากฟัง ดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูดอะไรมาก แต่คนจากลัทธิกระบี่สวรรค์พลันหัวเราะอยู่ตรงนั้น โดยเฉพาะผู้ที่เข้ามาใกล้ ๆ หลังจากเรียนรู้เกี่ยวกับสถานการณ์แล้ว พวกเขาทั้งหมดก็หัวเราะเยาะลู่เฉิน
หลังจากนั้นไม่นาน ทุกคนก็มาถึงสันเขาซึ่งมีจัตุรัสกว้างอยู่ตรงนั้น ตรงกลางของจัตุรัสมีกระบี่สีดำหลายร้อยเล่มเสียบอยู่ ในเวลาเดียวกัน ยังมีเสาหินสีดำตั้งอยู่รอบ ๆ และผู้คนนั่งขัดสมาธิอยู่บนเสาหินเหล่านี้
ไม่เพียงแค่นั้น รอบ ๆ กระบี่และเสาหินเหล่านั้นยังมีค่ายกลโปร่งแสงขนาดใหญ่
ฟางคงหัวเราะเยาะลู่เฉินเมื่อเห็นสิ่งนี้ “พ่อหนุ่ม เจ้าเห็นนั่นหรือไม่? กระบี่พวกนั้น!”
เห็นว่าเพียงกระบี่ ค่ายกล และคนเหล่านั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ราวกับว่าใครก็ตามที่เข้ามาจะถูกสับเป็นชิ้น ๆ ด้วยกระบี่พวกนี้ตลอดเวลา
แต่ลู่เฉินไม่สนใจและพูดว่า “ทำอย่างไรถึงจะนับว่าผ่านไปได้?”
ฟางคงเย้ยหยัน “ที่ใจกลางของค่ายกลมีกล่องอยู่ เจ้าแค่ต้องไปเปิดกล่องตรงนั้น แล้วนำแผ่นป้ายข้างในออกมา แต่เห็นได้ชัดว่าเจ้าไม่มีความสามารถ เพราะกระบี่เหล่าน