าวกับว่าถนนได้หายไปแล้ว ลู่เฉินก็พูดอย่างจนปัญญาว่า “ตามมาเถิด”
เจี่ยอันทำได้เพียงพยักหน้า
หั่วลั่งตะโกนว่า “เป็นอย่างไรบ้าง? เราตกลงกันเสร็จแล้วสินะ?”
“นำทางไป” ชายหนุ่มพูดกับหั่วลั่ง
หั่วลั่งเป็นผู้นำทางอย่างเชื่อฟัง
ระหว่างทาง หั่วลั่งเอ่ยปากขู่ว่า “พ่อหนุ่ม แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าเหตุใดเจ้าถึงอยากไปที่ตระกูลหั่วของเรา แต่ข้าต้องเตือนเจ้าว่าลัทธิกระบี่สวรรค์ไม่ชอบคนนอก ดังนั้นหากเจ้าตกเป็นเป้าหมายของคนอื่น อย่ามาพูดว่าเป็นปัญหาของข้าแล้วกัน”
ชายหนุ่มยกยิ้ม “ทำลายความสัมพันธ์เร็วขนาดนั้นเลยหรือ?”
“สิ่งที่ข้าพูดเป็นความจริง!” หั่วลั่งกล่าว
ชายหนุ่มยิ้ม “เช่นนั้นเจ้าควรอธิษฐานขอให้ตระกูลอื่นของลัทธิกระบี่สวรรค์อย่ามายุ่งกับข้า ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะเป็นคนที่โชคร้าย!”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเหมือนคนบ้า หั่วลั่งก็หัวเราะและพูดว่า “พ่อหนุ่ม เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีคนที่แข็งแกร่งกี่คนในลัทธิกระบี่สวรรค์?”
“ไม่ว่าผู้แข็งแกร่งคนไหนก็เหมือนกัน” ลู่เฉินพูดอย่างเมินเฉย
หั่วลั่งยิ้มแปลก ๆ “เอาล่ะ เมื่อเจ้าไปถึงลัทธิกระบี่สวรรค์ ข้ารับประกันว่าเจ้าจะหนีหรือไม่ก็ขอให้ข้าพาเจ้าออกไป!”
ชายหนุ่มยกยิ้มและไม่พูดคำใด หั่วลั่งไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเป็นผู้นำทาง แต่เขากำลังคิดว่าจะทำอย่างไรให้ลู่เฉินและคนอื่น ๆ อับอายในภายหลัง
ส่วนฟาเทียนนั้นได้ถามเจี่ยอันว่า “ลัทธิกระบี่สวรรค์ น่ากลัวขนาดนั้นจริงหรือ?”
“เมื่อเจ้าไป