าทั้งหมดก็ห่อหุ้มชายหนุ่มเอาไว้ และกัดกร่อนจิตวิญญาณของลู่เฉิน
ลู่เฉินมีจิตวิญญาณที่ทรงพลัง เขาต่อต้านได้ในทันที ทว่าเขาพลันแอบยิ้มอยู่ในใจ “คงต้องหลอกเจ้าอีกรอบแล้ว!”
หลังจากที่ประคองอยู่สักพัก ลู่เฉินก็ค่อย ๆ ‘หลงลืม’ ตัวเอง และพึมพำว่า “ข้าเป็นใคร? ข้าอยู่ที่ใด?”
ไม่เพียงแค่นั้น ดวงตาของลู่เฉินเป็นสีแดงราวกับโลหิตอีกครั้ง และในที่สุดก็ล้มลงกับพื้นด้วยความงุนงง
นักบุญหญิงหัวเราะลั่น
สุดท้ายนักบุญหญิงก็กลายเป็นเงาสีฟ้ายืนอยู่ข้าง ๆ ชายหนุ่มแล้วจ้องมองลู่เฉินที่ ‘หลงลืม’ ตัวเองแล้วเยาะเย้ยว่า “ก็แค่มดตัวหนึ่ง กล้าอวดดีต่อหน้าลำแสงวิญญาณสีฟ้าของสำนักเหมันต์สงัดของข้า?”
ลู่เฉินไม่พเอ่ยตอบ ยังคงนอนต่อไปอย่างโง่งม
นักบุญหญิงยิ้มเยาะ “ดูซิว่าหากข้ากักขังเจ้าไว้แล้ว จะทรมานเจ้าอย่างไร!”
จากนั้นนักบุญหญิงก็ยื่นมือของนางออกมา และลูกกลมสีฟ้าก็ปรากฏขึ้น มันดูดร่างของลู่เฉินเข้าไปทันที
นักบุญหญิงที่กลายเป็นเงาลำแสงสีฟ้าพลันหายวับไป
เมื่อนักบุญหญิงปรากฏตัวอีกครั้ง นางยืนอยู่ในที่ที่คล้ายกับแท่นบูชาแล้ว
หากมองให้ละเอียด พื้นที่นี้เป็นพื้นที่วงกลม และบนผนังทรงกลมมีประตูสิบบาน สลักเลขหนึ่งถึงสิบตามลำดับ
ในเวลาเดียวกัน ตรงกลางแท่นบูชามีโลงศพสีดำขนาดใหญ่ตั้งอยู่
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีเงาวูบวาบในโลงศพสีดำ
เมื่อนักบุญหญิงส่งพลังไปที่โลงศพสีดำ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “เกิดอันใดขึ้น?”
เสียงนี้ชายหนุ่มรู้จั