นี ดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะจัดการแถวนี้เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายหนีไป
ทว่าเพื่อเป็นการเพิ่มความเร็ว ลู่เฉินจึงปล่อยจักจั่นอัสนีรวมทั้งตั๊กแตนตำข้าวแขนทองออกไป และให้พวกมันบินไปรอบ ๆ ม่านหมอกในเขตอาคมตามจิตสำนึกของมันเอง
“เจ้าต้องการดัดแปลงค่ายกลขนาดใหญ่หรือ?” อวิ๋นซวนซวนเห็นทั้งหมดในคราวเดียว
“อืม”
“แต่เวลาแค่นี้ จะทันหรือไม่?” อวิ๋นซวนซวนถามอย่างเป็นห่วง
ชายหนุ่มยกยิ้ม “เป้าหมายของผู้นำจวนคือข้า ดังนั้นอีกเดี๋ยวเขาจะไล่ตามข้าแน่นอน ดังนั้นยังไม่ต้องสนใจพวกแมลงที่อยู่รอบ ๆ”
อวิ๋นซวนซวนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
แน่นอนว่าในครู่ต่อมาจี้หยกเป่ยเสวี่ยของอวิ๋นซวนซวนนั้นก็อ่อนแอลงมาก ซึ่งนั่นทำให้พลังของนางลดลงเช่นกัน ส่วนผู้นำจวนก็หัวเราะออกมาจากที่ไกล ๆ “ยังไม่หนีอีกหรือ?”
ลู่เฉินได้เดินไปที่ภูเขาซากศพแล้ว และยังจ้องมองไปยังผู้นำจวนและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เหตุใดจะต้องหนี?”
“เจ้าไม่กลัวหรือ? ถ้าอย่างนั้น ข้าจะส่งเจ้าไปตายเอง!” ผู้นำจวนกระโจนเข้ามาหาลู่เฉินอีกครั้ง ตั้งใจจะฟาดใส่อีกฝ่ายด้วยพลังอัสนี
ลู่เฉินยิ้มแปลก ๆ จากนั้นภูเขาก็พลันแยกออก มือใหญ่คู่หนึ่งคว้าร่างผู้นำจวนไว้และดึงเข้าไปในภูเขา
ผู้นำจวนดิ้นรนไปมาชั่วขณะหนึ่งและสาปแช่งออกมา “ไอ้สารเลว!”
ตูม!
ภูเขาที่แตกร้าวถูกปิดลง อวิ๋นซวนซวนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง “จัดการได้แล้วหรือ?”
“ยังจัดการไม่ได้ แค่กักเขาไว้ได้เท่านั้น แต่สมบัติวิญญาณนี้ไ