นก็อยากรู้เกี่ยวกับคำถามนี้เช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงคุยกันอยู่ตรงนั้น
ลู่เฉินมองไปที่เกราะป้องกันสีดำของคนทั้งหกด้วยรอยยิ้มแล้วถามว่า “เจ้าเล่นพอหรือยัง?”
“เล่น? พ่อหนุ่ม เจ้าคิดว่าเรากำลังเล่นกับเจ้าหรือ?” บุรุษหัวโล้นเอ่ยถามอย่างเย็นชา
ลู่เฉินยิ้ม “หรือว่าไม่ได้เล่นหรือ?”
“พ่อหนุ่ม อย่าชะล่าใจไป!” บุรุษหัวโล้นเริ่มโมโห
ส่วนอีกห้าคนมองสบตากันแวบหนึ่งและคุยกับบุรุษหัวโล้นต่อไป ขณะที่ลู่เฉินมองไปที่คนทั้งหกแล้วกล่าวว่า “ถ้าเจ้ามีวิธีอันใดก็สำแดงออกมา!”
ทั้งหกวางแผนที่จะลงมืออีกครั้ง และครั้งนี้พวกเขายังแข็งแกร่งกว่าเดิม
ไม่เพียงแค่นั้น วิญญาณของคนทั้งหกยังหลอมรวมกันและกลายเป็นฝ่ามือ
“ฝ่ามือปราณวิญญาณ” ลู่เฉินเริ่มสงสัยเพราะเขาเคยเห็นฝ่ามือแบบนี้มาก่อน แต่ผู้ที่รู้เคล็ดวิชาล้วนตายไปกว่าแสนปีแล้ว
ดังนั้นเมื่อลู่เฉินเห็นเข้าก็รู้สึกอัศจรรย์ใจ และทั้งหกคนก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ พวกเขาพลันโจมตีลู่เฉินอย่างแรง แต่วิญญาณของลู่เฉินกลับต้านทานไว้ได้อย่างง่ายดาย
ครานี้คนทั้งหกพลันเริ่มกระวนกระวาย จากนั้นก็แยกย้ายกันไป บุรุษหัวโล้นตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหา จึงตะโกนบอกอีกห้าคนทันที “ถอนตัว!”
ทั้งหกคนนี้วางแผนจะอพยพออกจากห้วงจิตสำนึกของลู่เฉิน
แต่สิ่งที่คนทั้งหกไม่คาดคิดก็คือการเข้ามานั้นง่ายดายสำหรับพวกเขา แต่ยามที่พวกเขาต้องการออกไปกลับออกไปไม่ได้
“เกิดอันใดขึ้น?” บุรุษหัวโล้นตกใ