ู่ที่นี่เพราะเจ้า ดังนั้นหากเจ้าไม่อยากถูกพวกเขาชิงไป เจ้าก็ควรร่วมมือกับข้า”
“ร่วมมือ?” อวิ๋นซวนซวนตกอยู่ในภวังค์
ลู่เฉินมองนางแล้วกล่าวว่า “ไม่เป็นไร ถ้าเจ้าไม่ให้ความร่วมมือ รอให้ข้าทำให้เจ้ายอมจำนนก็แล้วกัน!”
อวิ๋นซวนซวนยิ้มเจ้าเล่ห์ “คุณชายน้อย เจ้ารู้หรือไม่ว่าทุกคนเรียกข้าว่าอย่างไร?”
“เรียกว่าอย่างไรนั้นสำคัญด้วยหรือ?”
“เรียกข้าว่าจอมมารผู้ยิ่งใหญ่!”
“เจ้าหรือ? ไม่คู่ควร!” ลู่เฉินส่ายหัว
“ไม่คู่ควร เพราะเหตุใด?” อวิ๋นซวนซวนไม่พอใจเล็กน้อย
ชายหนุ่มยิ้มภายใต้เงาอัสนี “เจ้าว่าตัวเองเหมือนมารหรือ?”
“ข้า…” อวิ๋นซวนซวนไม่คาดคิดว่าจะถูกคนในขั้นหลอมแก่นแท้ดูถูก จึงรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
ลู่เฉินยิ้มกว้าง
“ช้าก่อน ข้าจะบอกให้รู้ว่าเหตุใดข้าจึงถูกเรียกว่าจอมมาร!” หลังจากที่อวิ๋นซวนซวนพูดจบ จิตวิญญาณของนางก็เริ่มเปลี่ยนไป หมอกสีดำรอบตัวนางหนาขึ้น ทำให้มองเห็นนางได้ยากขึ้น
หลังจากมองดูไปสักพัก ลู่เฉินก็หัวเราะ “ดูเหมือนว่าเจ้าได้ฝึกเคล็ดวิชาวิถีมารแล้ว!”
“ถูกต้อง หลังจากฝึกฝนวิถีมารแล้ว ข้าก็สามารถสร้างปราณมารได้ตลอดเวลา และปราณมารเหล่านี้ก็สามารถทำให้ชีวิตของเจ้าเลวร้ายยิ่งกว่าความตาย!” หลังจากที่อวิ๋นซวนซวนพูดจบ จิตใต้สำนึกทั้งหมดก็เต็มไปด้วยปราณมาร
อวิ๋นซวนซวนคิดว่าลู่เฉินจะสูญเสียตัวตนภายใต้ปราณมารนี้
ทว่าเพียงแค่อวิ๋นซวนซวนไม่คิดฝันมาก่อนว่าภายใต้ปราณมารที่แข็งแกร่งนี้ลู่เฉินจะไม่เป