ิ่งใหญ่!” อวิ๋นซวนซวนพูดอย่างภาคภูมิใจ
ลู่เฉินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้เคล็ดวิชาวิญญาณอัสนีต่อไป จากนั้นจึงเดินไปรอบ ๆ ในจิตใต้สำนึกนี้
แต่เขาไม่โจมตีอวิ๋นซวนซวน
อวิ๋นซวนซวนพลันถามอย่างงงงวยว่า “เจ้ากำลังทำอันใด?”
“เล่นกับจิตใต้สำนึกของเจ้า”
“เล่น?” อวิ๋นซวนซวนขมวดคิ้ว
“มีปัญหา?”
แน่นอนว่ามี อวิ๋นซวนซวนต้องการเคลื่อนไหว แต่กลับพบว่าการโจมตีของนางนั้นดูเหมือนจะไม่มีผลเมื่ออยู่ต่อหน้าลู่เฉิน
สิ่งนี้ทำให้อวิ๋นซวนซวนพึมพำในใจ ‘ผู้ชายคนนี้มีต้นกำเนิดอย่างไร เหตุใดวิญญาณของเขาถึงได้น่ากลัวนัก!’
ลู่เฉินพุ่งไปที่นั่นพร้อมกล่าวว่า “ข้าจะให้เวลาเจ้าคิด”
“คิดอันใด?”
“ร่วมมือ ถ้าเจ้าไม่ตัดสินใจ ข้าจะจัดการจิตใต้สำนึกของเจ้าในภายหลัง และเจ้าก็มีเพียงแต่ต้องเชื่อฟังข้าเท่านั้น” พูดจบ เขาก็ลงมือต่อไป
“จัดการจิตใต้สำนึกของข้า? ข้าว่านะคุณชายน้อย เจ้ารู้หรือไม่ว่าจิตใต้สำนึกของข้าใหญ่แค่ไหน?”
ในยามนี้อวิ๋นซวนซวนรู้สึกว่าลู่เฉินเพียงพูดไร้สาระ
ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยตอบ แต่ยังคงลงมือทำต่อไป
อวิ๋นซวนซวนสงสัยว่า “ข้าจะดูว่าเจ้าจะจัดการจิตใต้สำนึกของข้าได้อย่างไร”
เห็นเพียงเขายังคงเพิกเฉยต่อทุกสิ่งที่นั่น เดินเตร่ไปรอบ ๆ และอวิ๋นซวนซวนก็พยายามหยุดเขาหลายครั้ง แต่ไม่สามารถหยุดเขาได้ ดังนั้นนางจึงได้แต่เฝ้าดูอย่าง ‘เชื่อฟัง’ และบ่นในใจว่า ‘เหตุใดชายผู้นี้จึงแปลกกว่าข้าเสียอีก?’
ทันใดนั้น ลู่เฉินพลันหยุดแ