ี้สามารถดึงดูดอสูรปีศาจที่ทรงพลังได้ จากนั้นข้าจะใช้อสูรปีศาจเหล่านี้จัดการกับพ่อหนุ่มนั่น!” ซูเฟยพูดอย่างมั่นใจ
ฉีเหยียนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง “ไม่มีปัญหา เราจะร่วมมือกับเจ้าอย่างเต็มที่!”
ซูเฟยส่งเสียงขานรับและกำลังจะเตรียมตัว ทว่าวานรขาวก็เดินออกมาจากหิมะ
ทุกคนพลันตื่นตัวทันที และซูเฟยก็สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายไม่ธรรมดาจึงถามว่า “มีอันใดหรือ?”
ฉีเหยียนถึงกับเปิดปากถาม “ข้าน้อยคือคนของจวนเหมันต์อุดร ไม่ทราบว่านายท่าน?”
วานรขาวหยุดต่อหน้าทุกคนหลังจากอยู่ห่างออกไปห้าก้าวแล้วพูดว่า “ข้ามาจากสำนักเหมันต์สงัด!”
“สำนักเหมันต์สงัด?” ทุกคนมองหน้ากันอย่างตกตะลึง
วานรขาวกล่าวว่า “นักบุญหญิงของพวกเราอยากจัดการกับพ่อหนุ่มนั่น ดังนั้นให้ข้าแนะนำเจ้าเถิด”
“แนะนำพวกเรา?” ฉีเหยียนแสดงท่าทางแปลก ๆ
ซูเฟยขมวดคิ้ว “เรามีวิธีของเรา ดังนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้”
วานรขาวมองไปที่พวกเขาและอธิบายว่า “พ่อหนุ่มนั่นมีความสามารถมากมาย รวมถึงความสามารทำลายปีศาจอสูร และกลืนพลังของปีศาจอสูรได้ ดังนั้นหากพวกเจ้าแค่ใช้ค่ายกลล่ออสูรอย่างเดียวย่อมไม่พอ”
“ไม่พอหรือ?” ซูเฟยไม่เชื่อว่าการวางค่ายกลของตนจะยังไม่เพียงพอ
วานรขาวหยิบขวดสีขาวออกมา “มีเม็ดยาโลหิตอสูรเก้ารอบอยู่ในนั้น ถ้าใช้ในการสร้างค่ายกลและให้ปีศาจอสูรที่ทรงพลังกินเข้าไป ปีศาจอสูรเหล่านั้นอาจระเบิดพลังขึ้นมากกว่าร้อยเท่า!”
ทันทีที่เปล่งคำพูดเหล่าน