บทที่ 479 ดินแดนแห่งสมบัติ มีกลุ่มวิญญาณกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัว
แสงสีดำของประตูกะพริบวาบ จากนั้นดวงวิญญาณสีแดงที่อ้างว้างจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งออกมาและโจมตีลู่เฉินทีละคน
หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงดังก้องของวิญญาณอ้างว้างสีแเดงที่กระทบกับดวงวิญญาณอย่างชัดเจน
ทว่าทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้ลู่เฉินตกใจกลัว แต่กลับปล่อยให้ดวงวิญญาณอ้างว้างสีแดงเหล่านี้พุ่งเข้าสู่ห้วงจิตสำนึกของเขาแทน
วิญญาณศาสตราวุธม้วนวิญญาณกระดูกตกตะลึง “เจ้ากล้าที่จะดูดซับวิญญาณอ้างว้างที่บ้าคลั่งหรือ?”
วิญญาณอ้างว้างบ้าคลั่งนั้นก้าวร้าวมาก แม้แต่ในแดนชุมนุมภูตผีก็ยังเป็นเรื่องที่รับมือยาก
แต่ตอนนี้ลู่เฉินเพิกเฉยต่อ ‘พวกมัน’ และดูดพวกมันทีละตัว ก่อนจะปล่อยให้กุ่ยเจี๋ยเข้าสู่ร่างกายของเขา และกลืนกินพวกมันทีละตัว
ประตูพลันสั่นไหว จากนั้นเสียงของราชันย์กระดูกภูตก็ขู่มาจาก ‘ที่ไกล ๆ’ ว่า “ไอ้ตัวเล็ก ให้ข้าดูว่าแกบ้าแค่ไหน!”
ทว่าผู้ใดจะรู้ว่าลู่เฉินจะหัวเราะและพูดว่า “น้อยเกินไป ทำต่อสิ!”
“เจ้า! เจ้าทำให้ข้าโมโหแล้ว!” ราชันย์กระดูกภูตไม่เคยเสียเปรียบเช่นนี้มาก่อน และตอนนี้เขาโกรธจนแทบคลั่ง แต่วิญญาณอ้างว้างสีแดงเหล่านั้นก็ค่อย ๆ หมดแรงลง จนกระทั่งประตูเปิดออกดังครืน
ประตูแตกและพังทลายลงเผยรอยร้าวตรงช่องว่างด้านหลังประตู แต่รอยแยกนี้ก็ค่อย ๆ สมานตัวอย่างช้า ๆ เช่นกัน
วิญญาณของม้วนวิญญาณกระดูกกล่าวด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “มันแตกแล้วจ