ธและพูดด้วยรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ม้วนวิญญาณกระดูกก็ถลึงตาแล้วพูดว่า “ข้าจะให้เจ้าดูหน้าที่สาม ฉีกวายุ!”
ครู่ต่อมา รอบ ๆ ลู่เฉินและกุ่ยเจี๋ยก็มีรอยแตกที่ส่องแสงสีดำปรากฏขึ้น
รอยแตกเหล่านี้มีความสามารถในการฉีกขาดอย่างรุนแรง
เมื่อกุ่ยเจี๋ยปะทะกับมัน การป้องกันแปดร้อยชั้นของเขาก็พังทลายลงไปเจ็ดร้อยชั้นในทันที แต่โชคดีที่การป้องกันสองสามชั้นสุดท้ายปกป้องไว้ได้ มิฉะนั้นมันคงต้องอนาถแน่
ทว่าลู่เฉินปล่อยให้รอยแตกเหล่านี้ผ่านร่างกายของเขา และเขาก็กางมือออก ยิ้มให้กับวิญญาณศาสตราวุธ “อย่าเปลืองแรงเลย มันไม่มีประโยชน์”
วิญญาณศาสตราวุธของม้วนวิญญาณกระดูกไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ามนุษย์จะน่ากลัวได้เพียงนี้จึงเผยสีหน้าแปลก ๆ ออกมา “เจ้า เป็นใครกันแน่!”
“คำถามนี้ข้าจะตอบเจ้าในภายหลัง”
พูดจบ เขาก็เดินไปทีละก้าว วิญญาณศาสตราวุธแค่นเสียงหึแล้วเปิดหน้าที่สี่ จากนั้นกำแพงสีดำโปร่งแสงก็ห่อหุ้มเขาไว้ ป้องกันไม่ให้ลู่เฉินเข้าใกล้เขา
ชายหนุ่มมองด้วยรอยยิ้ม “อันใดนะ? เจ้าคิดว่านี่จะหยุดข้าได้หรือ?”
“กำแพงภูตนี้เพียงพอที่จะปิดกั้นวิญญาณของเจ้าและป้องกันไม่ให้เจ้าเข้าใกล้ข้าได้!” ม้วนวิญญาณกระดูกกล่าวอย่างมั่นใจ
ลู่เฉินแสยะยิ้มชั่วร้าย “มันก็แค่กำแพงภูต ข้าไม่เห็นมันอยู่ในสายตา!”
สิ้นคำนั้น เขาก็วางมือข้างหนึ่งบนกำแพงภูต จากนั้นกำแพงภูตก็ ‘เป็นรูพรุน’ ทำให้ลู่เฉินเข้ามาข้างในได้อย่างง่ายดาย
วิญญาณศาสตราวุธข