ายเป็นอัมพาต”
คำพูดของชายหนุ่มตอบข้อสงสัยของทุกคนได้จนหมด
มู่ตู๋ซารู้สึกหวาดกลัวและมองไปที่ลู่เฉิน”เจ้า เจ้าจะฆ่าเราไม่ได้!”
ถูอิ่นซาก็ขอร้องเช่นกัน
แต่ลู่เฉินไม่ให้โอกาสพวกเขา ชายหนุ่มปล่อยให้แมลงไปฆ่าอีกฝ่ายก่อน แล้วจึงปล่อยให้กุ่ยเจี๋ยไปกลืนกินพวกเขาต่อ
ไม่นานนัก คนสองคนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็หายไปจากสายตาของทุกคน
“มันน่ากลัวเกินไป” หานลั่วสุ่ยแอบตกใจ
ผู้ที่อยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดรู้สึกโชคดีที่ลู่เฉินไม่ได้ลงมือกับพวกเขาในตอนนั้น
ส่วนลู่เฉินที่ยืนอยู่บนบันไดทอดสายตามองดูภูเขาที่อยู่ไกลออกไป เขายิ้มและพูดว่า “ทุกท่าน พวกเจ้าจะไม่ปรากฏตัวหน่อยหรือ?”
ทุกคนมองดูด้วยความสงสัย พวกเขาไม่เห็นว่ามีสิ่งใดอยู่ข้างหน้าพวกเขานอกจากหิมะและหมอก
เวลานี้เสียงของผู้อาวุโสกระดูกก็ดังมาจากระยะไกล “เจ้าหนุ่ม เจ้าทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาจริง ๆ”
“นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น” ลู่เฉินมองไปที่ผู้อาวุโสกระดูกด้วยรอยยิ้ม
ผู้อาวุโสกระดูกเย้ยหยัน “นี่เพิ่งเริ่มต้น!”
ทันใดนั้น ภูเขาที่อยู่ภายใต้เท้าของลู่เฉินและคนอื่น ๆ ก็เริ่มสั่นไหว
ทุกคนแตกตื่นและสงสัยว่าเกิดอันใดขึ้น
ในขณะนี้ ยอดเขาค่อย ๆ ปรากฏขึ้นท่ามกลางหิมะและหมอกข้างหน้า แต่ก็ไม่มีเงาของใครอยู่ที่นั่น มีเพียงกองน้ำแข็งเท่านั้น
“ผู้อาวุโส เมื่อครู่นี้มีคนพูดกันอยู่บนภูเขานี้แท้ ๆ แต่ทำไมมันถึงหายไปเสียแล้ว?” ฟาเทียนเอ่ยขึ้นอย่างฉงนใจ
หานลั่วสุ่ยและคนอื