ับพลังของสมบัติวิญญาณ และจำเป็นต้องมีสมบัติวิญญาณของวิญญาณศาสตรา ไม่ใช่ซากเหล็กของศาสตราเซียนเช่นครั้งนั้น
แต่คนเหล่านี้ไม่รู้ ทั้งยังคิดว่าลู่เฉินสามารถทำลายสมบัติวิญญาณด้วยมือเปล่าได้จริง ๆ แต่แท้จริงแล้ว ลู่เฉินได้กลืนกินพลังของสมบัติวิญญาณจนหมดสิ้นต่างหาก
ลู่เฉินสะบัดมือแล้วมองไปยังไป๋เหล่าเอ้อร์ “ยังมีสมบัติวิญญาณอีกหรือไม่? นำออกมาให้หมด!”
สมบัติวิญญาณ? นำออกมาทั้งหมด?
คำพูดของลู่เฉินยิ่งเปรียบเสมือนเป็นการยั่วยุ ทั้งสองจึงมีสีหน้าไม่ดีนัก โดยเฉพาะราชันย์แมลงลมที่พูดด้วยความโมโห “เจ้าหนุ่ม อย่าอวดดีให้มากนัก อีกไม่นานจะเป็นเวลาตายของเจ้า!”
จากนั้น ราชันย์แมลงลมก็มองไปยังไป๋เหล่าเอ้อร์
ไป๋เหล่าเอ้อนำของที่ดูคล้ายเชือกออกมาอีกครั้ง แต่เมื่อมันพันรัดลู่เฉิน มันก็ถูกชายหนุ่มดูดซึมซับพลังแล้วค่อย ๆ ร่วงลงสู่พื้น ท้ายสุดจึงถูกเหยียบและแหลกสลายไปต่อหน้าต่อตา
นี่ทำให้ผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นตกตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง บางคนถึงกับขยี้ตาตัวเอง “หลอกลวง หลอกลวงกันแน่ ๆ!”
ราชันย์แมลงลมมีสีหน้าเปลี่ยนไป “พี่รอง ยังมีสมบัติวิญญาณอื่นอีกหรือไม่?”
ไป๋เหล่าเอ้อร์นำสมบัติวิญญาณอื่นออกมาอีก แต่ผลยังคงออกมาเช่นเดิม ทุกครั้งที่สัมผัสลู่เฉิน มันก็จะกลายเป็นเพียง ‘ของที่ใช้การไม่ได้’ ทำให้ไป๋เหล่าเอ้อร์รู้สึกราวกับมีหยดเลือดหยดลงหัวใจ ในที่สุดก็ทนไม่ไหว “ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ครั้นเอ่ยจบ ไป๋เหล่าเอ้อร์จึงสะบัดม