องอยู่อย่างหดหู่ต่อไป ในขณะที่ถัวหลัวเย่พาทุกคนไปหาลู่เฉิน และพูดด้วยความเคารพว่า “ขอบคุณ คุณชายลู่!”
มู่หรงหยิงหน้าซีดก่อนจะกล่าวว่า “ขอบคุณหมอเทวดาลู่!”
ลู่เฉินมองไปที่พวกเขา จากนั้นก็มองไปที่ผู้อาวุโสม่อที่อยู่ด้านข้าง และเห็นว่าผู้อาวุโสม่อตายเพราะเจ็บป่วย ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่สนใจเขา แต่มองไปที่ทุกคนแทน “ถ้าไม่มีอันใดผิดพลาด ข้าก็ควรจะไปได้แล้ว”
มู่หรงหยิงพูดอย่างเขินอายว่า “หมอเทวดาลู่ โรคของข้านั้น…”
“ขอข้าดูสักหน่อย” เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลู่เฉินก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ จากนั้นพลันจับไหล่ของนางด้วยมือข้างเดียวแล้วหลับตา
มู่หรงหยิงยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น ขณะที่ถัวหลัวเย่และคนอื่น ๆ อยากรู้ว่าลู่เฉินกำลังทำอันใดอยู่
หลังจากนั้นไม่นาน ชายหนุ่มก็ลืมตาขึ้นและพูดว่า “วิญญาณก่อกำเนิดของเจ้าได้รับบาดเจ็บ”
“ข้าใช้ยาไปมาก แต่ก็ไม่ดีขึ้น ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น?” มู่หรงหยิงถามอย่างงงงวย
“เพราะด้านในมีหนอนอยู่ตัวหนึ่งซึ่งเชี่ยวชาญในการกินยาใด ๆ ก็ตามที่เจ้ากินเข้าไป มันจะกินยาเหล่านั้น และมันจะทำให้เจ้าไม่รู้ถึงการมีอยู่ของมัน” คำอธิบายของลู่เฉินทำให้ดวงตาของมู่หรงหยิงเบิกกว้าง
ถัวหลัวเย่ยิ่งอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นไปอีก “คุณชายลู่ เจ้าบอกว่ามีแมลงในร่างกายของลูกศิษย์ข้า?”
ชายหนุ่มพยักหน้า จากนั้นเปิดใช้งานพลังของ ‘ราชาแมลง’ เพื่อขับไล่แมลงที่ซ่อนอยู่ในวิญญาณก่อกำเนิด
เมื่อแมลงปรากฏบนฝ่ามือของลู่เ