าก็รู้สึกสะเทือนใจ
ส่วนมู่หรงหยิง นางเดินอยู่ข้าง ๆ ลู่เฉินและถามด้วยความสงสัยว่า “ราชาเห็ดตายแล้วหรือ?”
“ไม่ตาย!”
“เอ๊ะ?” มู่หรงหยิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“ทว่าพลังปราณของมันถูกข้ากำจัด และตอนนี้ก็เหลือเพียงจิตวิญญาณเท่านั้น” ลู่เฉินยิ้มแปลก ๆ
มู่หรงหยิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก “แต่มันก็อันตรายสินะ?”
“ไม่ต้องห่วง ตอนนี้มันเป็นของข้าแล้ว และไม่มีใครสามารถแตะต้องมันได้” คำพูดของชายหนุ่มทำให้มู่หรงหยิงรู้สึกโล่งใจ
แต่หลังจากที่ลู่เฉินเดินไปได้ระยะหนึ่ง ภูเขาและพื้นดินก็สั่นสะเทือน มู่หรงหยิงกล่าวอย่างตกใจ “เกิดอันใดขึ้น?”
หลังจากที่ถัวหลัวเย่และคนอื่น ๆ รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในตำหนัก พวกเขาก็วิ่งไปที่ทางเดิน จากนั้นถัวหลัวเย่ก็ตะโกนบอกมู่หรงหยิงว่า “เร็วเข้า!”
มู่หรงหยิงถามอย่างกระวนกระวาย “ท่านอาจารย์ เกิดอันใดขึ้น?”
“ทางลมมารในส่วนลึกของตำหนักนี้ถูกเปิดออกแล้ว!” ถัวหลัวเย่ตื่นตระหนก
มู่หรงหยิงงงงวย “ทางลมมาร?”
ถัวหลัวเย่จึงอธิบายด้วยความตื่นตระหนก “อันที่จริงที่เชิงเขาของภูเขามารราตรีของพวกเรามีทางออกมารแห่งหนึ่งอยู่นอกชีพจรมาร และทางลมมารนี้ถูกผนึกไว้ตลอดเวลา แต่ตอนนี้มันพังลงไปแล้ว คาดว่าคงเพราะมีคนไปสร้างปัญหาจนทำให้ลมมารด้านในลอยออกมาจึงทำพื้นดินสั่นสะเทือน!”
มู่หรงหยิงงงงวย “ลมมารนั่นร้ายกาจหรือ?”
“มันฉีกกระชากร่างยอดฝีมือขั้นแปลงเซียนคนหนึ่งได้!” ถัวหลัวเย่กล่าวด้วยสีหน้าที่แ