ยความเจ็บปวดว่า “ฝ่ามือเปลวไฟวิญญาณมาร!”
“ถูกต้อง วิถีฝ่ามือเพลิงอันดับหนึ่งของตำหนักวิญญาณมาร ในขณะเดียวกันก็เป็นวิชาฝ่ามือสวรรค์ขั้นเก้าดาว!” ผู้อาวุโสม่อกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ถัวหลัวเยว่มีสีหน้าย่ำแย่ และรีบตะโกนบอกมู่หรงหยิงว่า “เสี่ยวหรงรีบพาคุณชายลู่ออกไปจากที่นี่ พวกข้าจะรั้งเขาไว้!”
มู่หรงหยิงรู้สึกกระวนกระวายเมื่อได้ยินสิ่งนี้ “ท่านอาจารย์ ข้าจะจัดการกับเขาร่วมกับท่าน!”
ถัวหลัวเยว่ตื่นตระหนก “ไม่ เขาทรงพลังเกินไป เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้เขา!”
ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ก็ทยอยปล่อยให้มู่หรงหยิงจากไป และบางคนถึงกับพูดว่า “ตราบใดที่รักษาชีวิตไว้ ก็ยังมีความหวังสำหรับ ภูเขามารราตรีของเรา!”
ดวงตาของมู่หรงหยิงเปลี่ยนเป็นสีแดงในทันที น้ำตานางกำลังจะรินไหล ครั้นผู้อาวุโสม่อโบกมือ มู่หรงหยิงจึงถูกล้อมรอบด้วยเปลวไฟนับไม่ถ้วน อีกฝ่ายเยาะเย้ยว่า “ต้องการออกไป? ถามข้าหรือยัง?”
ถัวหลัวเยว่ตกตะลึงและต้องการจะลงมือ แต่พบว่าพลังในร่างไม่สามารถใช้ได้ ทำให้นางกังวลขึ้นมา “ทำไมข้าถึงใช้พลังไม่ได้?”
ผู้อาวุโสสูงสุดคนอื่น ๆ ก็เช่นกัน ไม่มีใครสามารถใช้พลังของตนได้เลย
ผู้อาวุโสม่อเย้ยหยันว่า “ฝ่ามือเปลวไฟวิญญาณมารไม่เพียงโจมตีวิญญาณ แต่ยังทำให้ร่างกายบาดเจ็บอีกด้วย ดังนั้นเมื่อถูกโจมตี จะไม่สามารถใช้พลังใด ๆ ได้ในระยะเวลาสั้น ๆ!”
เมื่อผู้อาวุโสเหล่านี้ได้ยิน สีหน้าพวกเขาทั้งหมดพลันดูย่ำแย่
มู่หรงหยิงไม่สามารถพุ่