้มากแค่ไหน?”
แต่หลงฉีกลับพูดอย่างกล้าหาญว่า “พ่อหนุ่ม เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำให้ข้ากลัวได้หรือ?”
“อยากลองหรือไม่เล่า?” ลู่เฉินมองหลงฉีด้วยรอยยิ้ม
หลงฉีจ้องมองและพูดว่า “มาสิ มาดูกันว่าใครจะกลัวใคร!”
หลังจากชายหนุ่มหัวเราะอย่างเย็นชา เขาก็โบกมือ พลันลูกสายฟ้าขนาดใหญ่ไปปรากฏอยู่ตรงหน้าหลงฉีราวกับสายฟ้าฟาดและส่งเสียง ‘เปรี๊ยะ ๆ’
หลังจากที่เกราะป้องกันสีทองของฝ่ายตรงข้ามทนอยู่ได้ชั่วขณะ มันก็ทนไม่ได้อีกต่อไป จากนั้นก็แตกกระจายไปทุกทิศทุกทาง แล้วพลังสายฟ้าก็พุ่งเข้าใส่ร่างของหลงฉี ทำให้เขากรีดร้องเจ็บปวดออกมา
เมื่อถึงยามที่สายฟ้าสลายไป หลงฉีคนนั้นก็ถูกปกคลุมไปด้วยควัน และมีหลายจุดที่ถูกฟ้าผ่าจนผมเผ้าของเขากระเซอะกระเซิง
ทุกคนต่างตกตะลึง
หลงฉีจ้องไปที่ลู่เฉิน “พ่อหนุ่ม ข้า ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไป!”
“โอ้? มาอีกแล้วหรือ?” หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ เขาก็รวบรวมสายฟ้าอีกครั้ง
หลงฉีถอยห่างออกไปทันทีด้วยความตกใจ ในขณะที่ฮวากูเทียนรีบพูดว่า “หยุดทั้งคู่เลย”
แม้แต่หั่วเหล่าจิ่วก็เอ่ยปากว่า “ท่านเจ้าสำนักหลง คิดไม่ถึงว่าน้องชายคนเล็กคนนี้จะไม่ธรรมดา ดังนั้นพวกเรามาร่วมมือกับเขากันเถอะ!”
ทัศนคติที่เปลี่ยนไปของหั่วเหล่าจิ่วทำให้ทุกคนสับสน แต่การแสดงออกของลู่เฉินนั้นน่ากลัวมาก ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าที่จะ ‘ยั่วยุ’ อีก เขาจึงได้แต่วางแผนว่าค่อยว่ากันอีกที
ทว่าหลงฉีกลับไม่สบอารมณ์ ถึงอย่างไรเสียเขาก็คือคนที่ต้องทนท