ม่ได้สนใจอีกฝ่ายด้วยซ้ำ
หลงฉีและสำนักเหล่านั้นพลันอารมณ์เสียขึ้นมา บางคนถึงกับบ่นว่า “เจ้าหนุ่มนี่บ้าไปแล้ว!”
“ถูกต้อง เขาไม่เห็นเราอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ!”
“เขาคิดว่าเขาเป็นใคร?”
“เจ้าสำนักหลง ท่านต้องจัดการเขานะ!”
หลงฉีพูดอย่างดุดันว่า “ข้าจะทำให้เขารู้ว่าข้าน่ากลัวแค่ไหน!”
พูดจบ แสงสีทองบนตัวหลงฉีนี้ก็แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ครู่ต่อมา ‘นกอินทรี’ ตัวใหญ่โผบินขึ้นไปบนท้องฟ้า
นกอินทรีส่องแสงสีทอง และทันทีที่มันปรากฏตัว มันก็บินไปหาลู่เฉินราวกับลูกธนู
สำนักต่าง ๆ จำนวนไม่น้อยพากันเงยหน้าขึ้นมอง บางคนก็พูดอย่างตื่นเต้นว่า “ดูสิ อินทรีทองแห่งสำนักอสูรราตรี!”
“อสูรวิญญาณสวรรค์ระดับเก้าดาวที่ว่องไวอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่ มันนี่ล่ะ ความเร็วของมันเร็วเสียยิ่งกว่าผู้ฝึกตนขั้นแปลงเซียน และกรงเล็บเหล่านั้นสามารถข่วนยอดฝีมือขั้นแปลงเซียนได้ในชั่วพริบตา” บางคนจำสิ่งนี้ได้และเริ่มโอ้อวด
ฮวากูเทียนเห็นความตกใจก็รีบตะโกนบอกหลงฉีว่า “เจ้าสำนักหลงฉี รีบกำจัดอสูรวิญญาณของเจ้าเร็วเข้า!”
“ไม่มีทาง!” หลงฉีไม่อยากได้ยิน
ฮวากูเทียนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำด้วยตัวเอง
แต่อินทรีทองคำตัวนี้รวดเร็วมาก ยิ่งไปกว่านั้นยังราวกับภาพติดตาสีทองอย่างไรอย่างนั้น มันไปถึงด้านหลังลู่เฉินในบัดดล
เมื่อเห็นว่ามันกำลังจะทำร้ายตนเอง ลู่เฉินจึงหมุนตัวแล้วปลดปล่อยกลิ่นอาย ‘ราชันย์อสูร’ ออกมา
อินทรีทองดูเหมือนจะชนเข้ากับบางสิ่งที่น่ากลั