ยกันเสียหน่อยเถิด”
เข้ามา?
ทุกคนไม่รู้ว่าเขาหมายความว่าอย่างไร ลู่เฉินจึงนำ ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ ออกมา จากนั้นก็ใช้แรงดึงดูดที่แข็งแกร่งดูดฟางฉีผู้นี้เข้าไป
ทุกคนแสดงสีหน้าตกตะลึง
ลู่เฉินมองไปยังทุกคนแล้วสั่งว่า “พวกเจ้ารอที่นี่”
สิ้นคำนั้น เขาก็เดินเข้าไปใน ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’
ฟาเทียนและคนอื่น ๆ ต่างมองหน้ากัน และเมื่อคนในโรงหมอได้เห็นภาพดังกล่าว แต่ละคนจึงยิ่งไม่เข้าใจ
หนึ่งในนั้นคือผู้เฒ่ามู่ที่อยู่ในมุมมืด ซึ่งเวลานี้มีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนเช่นกัน “นี่…เกิดอันใดขึ้นกันแน่?”
แต่ไม่มีผู้ใดสามารถอธิบายได้ จึงทำได้เพียงแค่มองดูเท่านั้น
…
ภายใน ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’นั้น ลู่เฉินมองไปยังฟางฉีที่มีสีหน้าหวาดกลัว พลางพูดติดตลกขึ้นมาว่า “อย่าตื่นกลัวไป ที่นี่ปลอดภัย”
“เจ้า เจ้าคิดจะทำสิ่งใด?” จู่ ๆ ฟางฉีก็ถูกพามายังสถานที่แปลกประหลาดเช่นนี้ จึงขนลุกชันขึ้นมาทั้งตัว ดูไม่เหมือนชายชราเลยสักนิด
ลู่เฉินเอ่ยว่า “ข้าสามารถตรวจสอบร่างกายเจ้าได้หรือไม่?”
“ตรวจร่างกายข้า?”
“เจ้าถูกชิงรากวิญญาณไป แต่กลับมีอายุยืนยาวได้เพียงนี้ หรือว่าเจ้าไม่อยากรู้สาเหตุอย่างนั้นหรือ?”
ฟางฉีตกตะลึงขึ้นมา “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าถูกชิงรากวิญญาณไป?”
“ตรวจสอบเพียงเล็กน้อยก็รู้แล้ว”
“แต่ความลับนี้มีน้อยคนที่จะรู้” ฟางฉียิ่งรู้สึกแปลกใจ
“ผู้อาวุโสใหญ่ด้านนอกไม่รู้”
ฟางฉีไม่กล้าที่จะขัดขืนใด ๆ จึงเอ่ยถามขึ้นมา “เจ้าอยา