” ลู่เฉินรู้สึกว่าต้องมีการวางหลุมพรางอยู่ในนั้น แต่เขาก็ไม่กลัว
สวีเตาชี้ไปยังสถานที่ที่ไกลออกไป และนั่นเป็นสถานที่ที่มีควันสีขาว “ที่นั่นมีภูเขารากวิญญาณแมลงของเรา และศาสตราวุธก็อยู่ในภูเขานั้น เจ้าจะหาเจอหรือไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าเอง”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซูฮวาอวิ๋นก็ตกใจ “ภูเขารากวิญญาณแมลง!”
ฟาเทียนสงสัย “มันอันตรายหรือไม่?”
“มีข่าวลือว่าภูเขารากวิญญาณแมลงเต็มไปด้วยกระดูกแมลง และมีแมลงมากมายที่สำนักแมลงวิญญาณไม่สามารถสยบได้” ซูฮวาอวิ๋นกล่าว
“แม้แต่พวกเขาก็สยบไม่ได้? แล้วเหตุใดแมลงพวกนี้ถึงมาปรากฏที่นั่น?” ฟาเทียนสงสัย
ในขณะที่ซูฮวาอวิ๋นกำลังจะอธิบาย สวีเตาก็ตะโกนว่า “เจ้ากล้าไปหรือไม่?”
“ไป แต่ก่อนจะไป ข้าต้องจับเจ้าก่อน” ลู่เฉินยิ้ม
สวีเตาเย้ยหยัน “คิดจะจับข้า?”
“เมื่อครู่นนี้อาจจะยาก แต่ตอนนี้มันง่ายขึ้นแล้ว” ลู่เฉินโยนศิลาวิญญาณในมือของเขาออกมา และศิลาวิญญาณก็เหมือน ‘กุญแจ’ ของค่ายกลอย่างไรอย่างนั้น ทันทีที่มันหายไป หมอกก็ก่อตัวขึ้นโดยรอบแล้วปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
แต่คราวนี้แม้แต่สวีเตาก็ไม่รู้ว่าทางออกอยู่ที่ใด
สวีเตาตะโกนใส่อีกฝ่ายว่า “เจ้า ปล่อยข้าออกไป!”
“นี่ไม่ใช่ค่ายกลของเจ้าหรือ?” ลู่เฉินยิ้ม
สวีเตาพูดอย่างโกรธเกรี้ยว “เจ้า เจ้าต้องเปลี่ยนค่ายกล!”
“ข้าแก้ไขมันเล็กน้อย”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สวีเตาก็กระวนกระวายและรีบวิ่งไปรอบ ๆ แต่เขาไม่สามารถบินออกจากหมอกนี้ได้ ส่ว