ช่วยอันใดมากมาย” ฟาเทียนพูดอย่างเคอะเขิน
“ช่วยสิ ท่านช่วยพวกเราไว้มาก” ชายชราหัวหน้าหมู่บ้านกล่าวอย่างตื่นเต้น และคนอื่น ๆ ก็ก้าวไปข้างหน้าเพื่อขอบคุณหลวงจีนน้อย
ฟาเทียนรู้สึกเขินอาย อีกทั้งชายชราหัวหน้าหมู่บ้านยังขอให้ทุกคนเลี้ยงหลวงจีนน้อย
ไม่ถึงครึ่งวันต่อมา ลู่เฉินก็เสร็จสิ้นจัดการเงาครึ่งวิญญาณของทุกคน แต่ตัวเขาเองยังคงหมกตัวอยู่ในบ้านหิน จากนั้นก็ดึงเงาครึ่งวิญญาณเหล่านั้นออกมาทีละร่าง และให้กุ่ยเจี๋ยรวมร่างกับเงาครึ่งวิญญาณทีละร่าง
หลังจากนั้น ไอภูตผีของกุ่ยเจี๋ยนี้ก็เพิ่มสูงขึ้นจากขั้นหลอมแก่นแท้ไปสู่ขั้นก่อกำเนิดระดับสมบูรณ์พร้อม ก่อนจะหยุดลงในที่สุด
“ดีมาก” ลู่เฉินยิ้มอย่างพึงพอใจ
ในขณะนั้นเองก็มีความโกลาหลราวกับว่ามีการทะเลาะกันเกิดขึ้นอยู่ข้างนอก
ด้วยการโบกมือของชายหนุ่มก็ทำให้กุ่ยเจี๋ยพลันล่องหน และทันทีที่เขาเปิดประตูออกไปก็ได้เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังเผชิญหน้ากับผู้คนจากหมู่บ้านคนตาบอดที่อยู่ด้านนอก
หลังจากที่ฟาเทียนเห็นลู่เฉินออกมาก็รีบพูดว่า “ผู้อาวุโส ในที่สุดท่านก็ออกมา”
“คนเหล่านี้มาจากไหน?” ลู่เฉินรู้สึกงงงวยเมื่อเห็นคนเหล่านั้นสวมหน้ากากหัวเสือ
ฟาเทียนอธิบายว่า “คนเหล่านี้มาจากสำนักใกล้เคียงชื่อสำนักพยัคฆ์สวรรค์ พวกเขามีปัญหากับหมู่บ้านคนตาบอดนี้มาตลอด ไม่สิ เมื่อพวกเขารู้ว่าพลังวิญญาณของคนเหล่านี้ลดลงมาก พวกเขาต่างพากันมาที่นี่โดยตั้งใจจะฉวยโอกาสตัดสินกับคนตาบอดเ