่ง จากนั้นได้บังเอิญพบกับผู้นำค่าย และผู้นำค่ายนั้นได้วางยาพิษข้า ทำให้ข้าหมดสติไป เมื่อข้าฟื้นขึ้นมาก็พบว่าจิตวิญญาณของตัวเองนั้นว่างเปล่าและมีค่ายกลอักขระยันต์อยู่มากมาย และข้ายังมีอีกร่างหนึ่งก็คือสมาชิกของพันธมิตรชิงรากวิญญาณ” ชายชราตีเหล็กอธิบายทุกอย่างออกมา
เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มก็ถามทันทีว่า “ป่านั่นคือป่าที่ใดกัน เจ้าบอกข้ามาให้ละเอียด!”
ชายชราตีเหล็กจึงทำได้เพียงบอกทุกอย่างแก่ลู่เฉิน
เมื่อเข้าใจทุกอย่างแล้ว เขาก็พูดกำชับอีกฝ่ายว่า “เช่นนั้น เจ้าจงอยู่ในเมืองเฟิงเฉิงต่อไป หากคนผู้นั้นติดต่อเจ้ามาอีกครั้ง จำไว้ว่าเจ้าต้องบอกข้า!”
“ทราบแล้ว!” ชายชราตีเหล็กไม่กล้าขัดคำสั่งแม้แต่น้อย
ลู่เฉินดึงจิตวิญญาณออกมาจากพื้นที่จิตวิญญาณที่ว่างเปล่าของชายชราตีเหล็ก แล้วจึงเก็บเถาวัลย์และหนามพิษออกมา
หลังจากที่ชายชราตีเหล็กได้สติกลับคืนมาแล้ว ก็รีบออกไปจากที่นี่ทันที
“ปล่อยเขาไปแล้วหรือ?” อวี่ม่อตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงถามออกมาด้วยความสงสัย
“ตอนนี้เขาไม่มีประโยชน์แล้ว”
“เหตุใดเจ้าจึงถูกพันธมิตรชิงรากวิญญาณเพ่งเล็งได้?”
“ข้าอยากรู้มากกว่าเจ้าเสียอีก!” พูดจบ เขาก็เดินไปยังต้นไม้ต้นนั้น
เมื่ออวี่ม่อเห็นอีกฝ่ายเดินไป จึงเอ่ยเตือนขึ้นมา “ค่ายกลด้านข้างของมู่ฉงชู่นั้น หอสุราของข้าเป็นผู้สร้างขึ้นมา เจ้าอย่าไปสัมผัสมันเชียว มิเช่นนั้นค่ายกลนี้จะสำแดงพลังออกมาและทำให้เจ้าตายได้!”
ทว่าชายหน