จากนี้หากข้าต้องการรู้สิ่งใด เจ้าต้องบอกข้า”
“นี่เจ้ากำลังข่มขู่ข้า?”
“เรียกว่าการร่วมมือจะดีกว่า!”
สิ้นคำของเขา หญิงสาวก็ตกอยู่ในภวังค์ครุ่นคิด
“ข้าให้เวลาเจ้าพิจารณา แต่อย่านานนัก ตอนนี้เจ้าค่อย ๆ คิดเถอะ!” ชายหนุ่มพูดจบก็หันไป ‘จัดการเรื่องยุ่งยาก’ รอบ ๆ ต่อ นั่นคือการเปลี่ยนแปลงค่ายกลรอบ ๆ นี้
หญิงสาวหาได้รู้เรื่องนี้ด้วย แต่เมื่อนางเห็นพิษเหล่านั้นกัดเซาะภายในร่างกายของตนน้อยลง ก็พึมพำออกมาว่า “นี่ข้าต้องพึ่งเขาจริง ๆ หรือ?”
ลู่เฉินสัมผัสบางอย่างได้ก็หันไปพูดว่า “หากผ่านโอกาสครั้งนี้ไปแล้ว ครั้งต่อไปหากคิดจะหาผู้ที่มารักษาเจ้าได้นั้น คงยาก!”
“เช่นนั้น ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าจะไม่ถือโอกาสนี้โจมตีข้า?” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความลังเล
“หากเจ้าไม่เชื่อข้า ข้าก็ต้องขอตัว”
พูดจบ เขาก็หมุนกายเตรียมจะเดินออกไป
ครั้นเห็นเช่นนั้นแล้ว หญิงสาวก็ร้อนใจ จึงรีบตะโกนออกมาทันที “ข้าจะให้เจ้ารักษา! และจะตอบในสิ่งที่เจ้าอยากรู้!”
“ตัดสินใจแล้ว?”
“ใช่!” เมื่อหญิงสาวขานรับ ลู่เฉินจึงเดินเข้าไปหานาง
หญิงสาวหน้าเจื่อนขึ้นมา ทว่าสายตายังคงจ้องมองเขาอยู่ “เจ้าคิดจะทำสิ่งใด?”
“ตรวจอาการของเจ้า” เขาเอื้อมมือไปจับแขนของนางไว้ทันที แต่หญิงสาวมีปฏิกิริยาโต้กลับอย่างรวดเร็ว นางจึงถอยห่างทันควัน
ชายหนุ่มเพียงยิ้มพลางเอ่ยออกมา “หากเจ้าเป็นเช่นนี้ ข้าก็ไม่สามารถรักษาให้เจ้าได้”
“เจ้าจะสัมผัสบริเวณใด?”
“วางใจเถิด