มตีเจ้าแบบนี้ คงจะไม่สามารถทำร้ายเจ้าได้เลย” ลู่เฉินอธิบายอย่างใจเย็น
ชายร่างทองจึงเอ่ยอย่างยั่วยุ “เช่นนั้นก็มา! ข้าก็อยากดูว่าเจ้าจะทำอันใดได้อีก!”
เขาใช้เถาวัลย์ธรณีรัดพันชายร่างทอง แต่ชายร่างทองก็สะบัดออกอย่างง่ายดายและหัวเราะ “มีความสามารถแค่นี้เองหรือ?”
“นี่เพิ่งจะเริ่มต้น”
เอ่ยจบก็หยิบศิลาวิญญาณออกมา พร้อมทั้งวาดอักขระยันต์แปลก ๆ ลงบนพวกมันแล้วโยนออกไป
หลังจากที่ชายร่างทองมองไปยังศิลาวิญญาณประหลาดเหล่านี้ เขาก็ทุบมันทีละก้อนอย่างง่ายดาย จากนั้นก็ส่งเสียงจุ๊ปาก “แค่กลอุบายเล็กน้อยนี่หรือ?”
ลู่เฉินหัวเราะ
“เจ้าหัวเราะอันใด?”
“ดูเศษศิลาวิญญาณเหล่านี้สิ” ลู่เฉินมองเศษศิลาวิญญาณที่ลอยอยู่รอบ ๆ และชายร่างทองก็มองตาม
แสงสีทองของเศษศิลาวิญญาณเหล่านี้ส่องประกาย จากนั้นจึงก่อตัวเป็นเขตแดน และในเวลาเดียวกันก็หลอมรวมเข้ากับค่ายกลโดยรอบ ขณะที่เกิดเสียงฟ้าร้อง สายฟ้าก็พลันพุ่งฟาดเข้าใส่ชายร่างทอง
ชายร่างทองคิดจะนำสายฟ้าเหล่านี้ลงสู่พื้น แต่พบว่าใต้ฝ่าเท้าของเขามีเขตแดนโปร่งใสปรากฏขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็สุดจะรู้ได้ และมันก็ถูกรวมเข้ากับค่ายกลโดยรอบ
ด้วยเหตุนี้ชายร่างทองจึงสัมผัสได้ถึงสายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนในร่างกายของเขา ซึ่งทำให้เขารู้สึกทรมานอย่างยิ่ง
สิ่งนี้ทำให้เขาสาปแช่งออกมา “พ่อหนุ่ม! เจ้าทำอันใดลงไป?”
“เมื่อครู่ข้าได้ทำอันใดบางอย่างกับศิลาวิญญาณ ไม่ว่าเจ้าจะสัมผัสมันหรือทุบมัน ศิลาวิ