สาม ท่านเป็นคนเดียวที่สามารถติดต่อพี่ใหญ่และพี่รองได้ ข้าคิดว่าควรให้พวกเขามาโดยเร็ว!”
“พี่ใหญ่และพี่รองมีภารกิจสำคัญ ข้าเกรงว่าพวกเขาจะมาไม่ได้!” ราชันย์แมลงลมพูดอย่างหดหู่
“ขนาดนี้แล้วยังจะไม่มาอีกหรือ!?” มู่ตู๋ซาพูดอย่างมีโทสะ
ถูอิ่นซาเองยิ่งไม่เต็มใจ “หรือว่าเจ็ดมือสังหารแห่งแดนทักษิณาอย่างพวกเราจะต้องกลายเป็นตัวตลกหรือ!?”
“ข้าจะลองดู แต่อย่าเพิ่งเคลื่อนไหวจนกว่าจะมีข่าวคราว” หลังจากที่ราชันย์แมลงลมพูดจบ เขาก็กลายเป็นวายุกระโชกและจากไป
เฮยเม่ยมองไปยังอีกสองคนที่เหลือ “ข้าก็จะไปรายงานพระสนมอู่!”
จากนั้นเฮยเม่ยก็จากไป มู่ตู๋ซาเอ่ยขึ้นมาอย่างหดหู่ใจ “ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเจ็ดมือสังหารอย่างพวกเราจะมาถึงจุดนี้ได้!”
ถูอิ่นซาเองก็รู้สึกหดหู่ใจเช่นกัน ทว่าในตอนนั้นเอง พลันมีคนปรากฏตัวขึ้นที่ลานบ้าน
“สวัสดีพวกเจ้า!” เสียงหัวเราะแปลก ๆ ดังขึ้น
ทั้งสองตกใจและรีบมองไปยังที่มาของเสียง พวกเขาเห็นชายชราคนหนึ่งที่แขนขวาเป็นเพียงโครงกระดูก ขณะเดียวกัน ใบหน้าด้านข้างซีกหนึ่งของเขาก็เป็นโครงกระดูก ซึ่งดูแปลกพิศดารอย่างมาก
“เจ้าเป็นใคร?!” มู่ตู๋ซาเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบ จึงเอ่ยถามอย่างร้อนรน
ถูอิ่นซาก็ตื่นตัวเช่นกัน
“ข้าคือผู้อาวุโสกระดูกแห่งวังเหมันต์สงัด นามรองท่านกระดูกสาม!” คนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากผู้อาวุโสกระดูกแห่งวังไร้หน้า ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นสมาชิกของวังเหมันต์สงัด
เพียงแค่พวกมู่ตู๋ซาและท