ไม่เชื่อ และยังมีผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดบางคนย้อนถามขึ้นมา “จริงหรือ?”
“ใช่!”
ชายหนุ่มพูดต่อไปว่า “พวกเจ้าพูดคุยแลกเปลี่ยนกับข้า ถ้าหากเอาชนะคนของข้าได้ ข้าจะมอบกระจกนภาวิญญาณให้ แต่ถ้าหากพ่ายแพ้ให้แก่คนของข้า ขอเพียงแค่ยอมแพ้ก็พอแล้ว!”
“ว่าอย่างไรนะ? ” ทุกคนต่างคิดว่าสิ่งนี้ดูมีความคุ้มค่ายิ่งนัก ดังนั้นคนจำนวนไม่น้อยก็คิดว่ามีกับดักบางอย่างอยู่หรือไม่ องค์จักรพรรดิจึงเบิกตากว้างพลางตรัสว่า “ว่าอย่างไรนะ? มีปัญหาหรือ?”
“องค์จักรพรรดิ เขาจะกลับคำหรือไม่?” มียอดฝีมือขั้นก่อกำเนิดเอ่ยถามขึ้นมา
และยังมีบางคนพูดขึ้นมาว่า “ถ้าเราเอาชนะเขาได้ แล้วเขาเกิดกลับคำ เช่นนั้นควรทำอย่างไร?”
องค์จักรพรรดิมองไปยังลู่เฉิน จากนั้นจึงเอ่ยยืนยันว่า “วางใจเถิด ข้าจะเป็นพยานให้เอง!”
ทุกคนจึงคลายกังวล ในขณะที่ชายหนุ่มยิ้มออกมาพลางมองไปยังพวกเขา “ผู้ใดจะเข้ามาก่อน?”
คนเหล่านี้ต่างมองหน้ากัน มีคนหนึ่งที่มีความกล้าหาญ เขาจึงเป็นฝ่ายยืนขึ้นมาเสียก่อน “ข้า!”
คนผู้นี้เป็นยอดฝีมือขั้นก่อกำเนิด มือขวาถือดาบอยู่เล่มหนึ่ง และบนดาบเล่มนั้นมีคราบเลือดอยู่ไม่น้อย ดูเหมือนว่าเคยถูกใช้สังหารคนมามากจนทำให้ดาบเปลี่ยนสีไป
ส่วนคนอื่น ๆ ก็รอชมความครึกครื้น
เพียงแต่องค์จักรพรรดิและพวกหนานเหยานั้นได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจว่าเหตุใดลู่เฉินจึงต้องหาคนพวกนี้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน
ไม่เพียงแต่องค์จักรพรรดิและพวกเขาเท่านั้น แม้แต่เฮยเ