ล “เด็ก… เด็กคนนั้นก็ดูดซับไอวิญญาณของค่ายกล และไอวิญญาณของค่ายกลส่วนใหญ่ก็รักษาไว้โดยเรา ดังนั้นนั่นหมายความว่าไอวิญญาณจำนวนมากถูกปล่อยออกมาจากร่างกายของพวกเรา!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ อีกสามคนก็สาปแช่ง
ภูตเฒ่าเน่ยเจิ้นมีสีหน้ากลัดกลุ้มและจนปัญญา ในขณะที่ภูตเฒ่าไป๋พูดด้วยความโกรธ “รีบหาทางแก้ไข!”
“วิธีแก้ไขก็คือถอนตัวออกจากค่ายกล ซึ่งหมายความว่าเราไม่สามารถล้อมเขาไว้ได้อีกต่อไป” ภูตเฒ่าเน่ยเจิ้นกล่าวอย่างเคอะเขิน
อีกสามคนพลันมีสีหน้าดูไม่ได้
ภูตเฒ่าไป๋กัดฟันด้วยความโกรธจัด “ภูตเฒ่าเน่ย เจ้า เจ้าจะฆ่าพวกเรา!”
หลังจากพูดจบ ภูตเฒ่าไป๋ก็กัดฟันและพูดกับคนอื่น ๆ ว่า “ไป ถอย!”
คนเหล่านี้ทยอยกันออกจากค่ายกลทีละคน และเมื่อค่ายกลแตกสลาย ลู่เฉินก็เผยแววตาเย็นชา ก่อนจะออกคำสั่ง “หยุดพวกเขาไว้!”
เมื่อหยุดยั้งภูตเฒ่าทั้งสี่ได้ ศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ก็ตกตะลึง ลู่เฉินพูดกับพวกเขาว่า “ตอนนี้พวกเขามีไอวิญญาณในร่างกายไม่มากนัก แต่พวกเจ้าแข็งแกร่งขึ้นและมีคนมากมาย ไม่ต้องกลัว! ”
หลังจากพูดจบ เขาก็ปล่อยให้คนเหล่านั้นเข้ามา
คนเหล่านั้นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้าไป
พวกเขาใช้เคล็ดวิชาต่าง ๆ บ้างก็ใช้ไฟ บ้างก็ใช้วิชาดินและหิน หรือแม้แต่เงากระบี่
ทั้งสี่ตนทยอยกันสร้างเกราะป้องกัน แต่คนเหล่านั้นพลันแข็งแกร่งขึ้น ทำให้เกราะป้องกันแตกสลายในทันที และคนเหล่านั้นก็ตระหนักได้ว่าพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก พวก