นานกงมู่คิดอย่างหนักเพราะหวังที่จะสังหารลู่เฉิน แต่ตอนนี้อีกฝ่ายยังไร้รอยขีดข่วน ซึ่งทำให้นางหัวเสียอย่างมากและเริ่มยั่วยุอีกฝ่าย
“ลู่เฉิน เจ้าไม่อยากฆ่าข้าหรือ เช่นนั้นเจ้าก็มานี่สิ ข้าจะรอเจ้าที่แดนศักดิ์สิทธิ์!” หลังจากพูดจบหนานกงมู่ก็ก่นด่าลู่เฉินด้วยถ้อยคำสารพัด ส่วนชายหนุ่มนั้นเพียงมองไปรอบ ๆ และยิ้มออกมา “ไม่เลว เสียงของเจ้ายังดังมาถึงที่นี่!”
“แน่นอน!” หนานกงมู่เย้ยหยัน แต่เขาตอบกลับเพียงว่า “มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวที่เสียงจะกระจายมาถึงที่นี่ และนั่นคือมีค่ายกลรอบตัวที่เชื่อมโยงกับเจ้า!”
“ถูกต้อง มันอยู่ข้างหน้า แต่มีภูตเฒ่าทั้งสี่คอยคุ้มกัน ดังนั้นเจ้าจึงไม่สามารถสัมผัสค่ายกลนั้นได้” หนานกงมู่พูดอย่างภาคภูมิใจ ส่วนลู่เฉินก็ทำได้เพียงยิ้ม “ไม่รีบร้อน รอให้ข้าจัดการกำจัดภูตเฒ่าทั้งสี่นั้น แล้วจัดการกับเจ้า!”
เมื่อได้ยินว่าเขากำลังจะจัดการกับภูตเฒ่าทั้งสี่ ทุกคนก็พากันตกใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ยอมจำนน พวกเขารู้สึกว่าลู่เฉินไม่น่าเชื่อถือ แต่พวกเขาไม่กล้าถามอีกฝ่าย เพราะอย่างไรเสียตอนนี้ลู่เฉินก็เป็น ‘เจ้านาย’ ของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่มองหน้ากันไปมา
ชายหนุ่มมองดูเวลาแล้วพูดว่า “ไปกันเถอะ”
“อาจารย์ ไม่เสริมแกร่งอสูรปีศาจเหล่านี้แล้วหรือ?”
“ตอนนี้ พลังของข้าสามารถไปถึงขั้นที่ 20 เท่านั้น ถ้าต้องการไปขั้นที่สูงขึ้น ข้าต้องพัฒนาการฝึกฝนของข้า” ลู่เฉินอธิบาย และหนาน