าทั้งแปดรู้สึกตื่นเต้นทันที “นั่น…นั่นคือผู้เฒ่าซากศพ!”
“ผู้เฒ่าซากศพ หนึ่งในภูตเฒ่าทั้งสี่?” หนานเหยาอุทาน ขณะที่ชายที่ถูกเรียกว่าผู้เฒ่าซากศพเอ่ยถามลู่เฉินว่า “เจ้าหนุ่ม…เจ้า…เจ้าทำอันใดกับมัน?”
“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?” คนถูกถามเพียงยิ้มและไม่ได้สนใจภาพลวงตา
ผู้เฒ่าซากศพแค่นเสียง “ประเสริฐ กล้าหาญมาก!”
น้ำเสียงนั้นฟังดูมืดมนและน่ากลัวยิ่งนัก แต่ลู่เฉินไม่ได้คิดจะสนใจกับมัน “ศพแปดหน้านี้ อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าใช่หรือไม่!”
“ถูกต้อง มันเป็นเพียงของเล่นที่ข้าควบคุม” ผู้เฒ่าซากศพพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ชายหนุ่มแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายทันที “หากเจ้าไม่ต้องการให้ข้าแยกชิ้นส่วนมัน ข้าแนะนำให้เจ้าเก็บมันออกไปโดยเร็ว มิฉะนั้น ข้าจะทำลายอักขระทั้งหมด และปล่อยให้มันสลายไป!”
“เอาอักขระออกหรือ? เจ้าหนุ่ม ช่างคุยโวเสียจริง!” ผู้เฒ่าซากศพพูดอย่างเย็นชา แต่ลู่เฉินกลับยิ้มแปลก ๆ “ลองดูสิ แล้วเจ้าจะรู้”
“ประเสริฐมาก!” หลังจากที่ผู้เฒ่าซากศพพูดจบ เขาก็หยิบกระดิ่งสีดำและขาวสองใบออกมาด้วยมือทั้งสองข้าง
เมื่อกระดิ่งทั้งสองแกว่งไกว ความเจ็บปวดของศพแปดหน้าก็หายไป จากนั้นแต่ละใบหน้าก็แทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาแดงก่ำ จากนั้นก็ร่ายคาถาใส่ลู่เฉิน
ส่วนชายหนุ่มก็ร่าย ‘เคล็ดวิชาหมื่นลี้’ อีกครั้งและหายตัวไป
คนเหล่านั้นอยากรู้ว่าเขาไปที่ใด และบางคนยังคงตะโกนไปที่ภูเขาทั้งแปด พยายามกระตุ้นให้ลู่เฉินออกมา
“เ