ใดเจ้าไม่ได้ แต่เจ้าก็ทำอันใดข้าไม่ได้เช่นกัน”
“ทำร้ายเจ้าไม่ได้?”
“ไร้สาระ! ข้าอยู่บนอากาศ แต่เจ้าอยู่บนพื้นดิน เจ้าจะทำร้ายข้าได้อย่างไร?” อู่เหยียนคิดว่าเขาอยู่ห่างจากลู่เฉิน ทำให้อีกฝ่ายโจมตีไม่ได้ และทั้งสองคนในโลงศพก็คาดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะบีบบังคับให้อู่เหยียนไปซ่อนตัวอยู่ด้านบน
ทว่าผู้ใดจะรู้ว่ายามนี้ลู่เฉินพลันหยิบศาสตราวุธวิถีมารออกมา
เมื่อเห็นไอมารบนคันธนูของลู่เฉิน อู่เหยียนก็จ้องมองมาและพูดว่า “อันใดนะ? เจ้าจะใช้ศาสตราวุธวิถีมารทำร้ายข้าหรือ?”
“ลองดูก็ได้!”
หลังจากที่ลู่เฉินเอ่ยจบ เงาลูกศรสิบดอกก็ปรากฏออกมาให้เห็น และอู่เหยียนก็จ้องกลับมาด้วยท่าทีตื่นตระหนก “เจ้า… ผู้ฝึกตนสามวิถี!?”
ครานี้กุ๋ยเจี่ยจื่อที่อยู่ในโลงศพพูดถึงกับชะงัก “ผู้ฝึกตนสามวิถี?”
ส่วนชิงเฟิงหมิงนั้นแทบคลั่ง “นี่มัน… เป็นไปได้อย่างไร!?”
ลู่เฉินมองอู่เหยียนด้วยรอยยิ้ม “แล้วเจ้าคิดอย่างไรเล่า?”
อู่เหยียนพลันสร้างโล่ป้องกันด้วยพลังปราณทันที จากนั้นก็ลอยขึ้นไปและแค่นเสียงเย้ยหยัน “เจ้าเลิกคิดที่จะทำลายเกราะป้องกันของข้าเสีย!”
“งั้นหรือ?” หลังจากที่ลู่เฉินเอ่ยจบ เขาก็พุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง และพลังของปราณศรนี้ก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งนี้ทำให้อู่เหยียนสังหรณ์ใจไม่ดีนัก แต่เขาไม่มีที่ให้หลบหนี ดังนั้นเขาจึงได้แต่บินไปรอบ ๆ ตั้งใจที่จะป้องกันไม่ให้ลู่เฉินจับได้ เพราะถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่อาจทำอันใดเข