ดงตัดกับสีขาว สีขาวกับสีดำ ดูแปลกประหลาดอย่างยิ่ง
ไม่เพียงเท่านั้น ทันทีที่เปลวไฟพุุ่งออกมา มันก็พุ่งใส่ร่างของลู่เฉินทันที ไม่ให้เขามีโอกาสได้หลบหนีแม้แต่น้อย
ชิงเฟิงหมิงสูดหายใจเข้าแล้วตะโกนขึ้นว่า “วิญญาณอัคคีสามชั้นสวรรค์!”
กุ๋ยเจี่ยจื่อไม่รู้ว่าวิญญาณอัคคีสามชั้นสวรรค์คืออะไร เขาจึงถามชิงเฟิงหมิงที่อยู่ภายในโลงศพด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า “อะไรคือวิญญาณอัคคีสามชั้นสวรรค์?”
“ก็คือภูตอัคคีสามชั้นซ้อนทับกัน แล้วกลายเป็นสีสันที่แตกต่างกันสามสี”
“ร้ายกาจหรือไม่?” กุ๋ยเจี่ยจื่อไม่รู้ว่ามันทรงพลังขนาดไหน ชิงเฟิงหมิงจึงพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “มันสามารถเผาวิญญาณของขั้นก่อกำเนิด และทำให้เขาพิการได้ในทันที”
กุ๋ยเจี่ยจื่อได้ยินแล้วก็สูดลมหายใจเข้าลึก
ทางด้านอู่เหยียนนั้นเอ่ยอย่างได้ใจว่า “เจ้าหนุ่ม เป็นอย่างไร? ทรมานละสิ”
“วิชาผีอะไรล้วนไร้ประโยชน์กับข้า” ลู่เฉินมองไปที่อู่เหยียนด้วยรอยยิ้ม ทว่าอู่เหยียนไม่เชื่อ และยังคิดว่าลู่เฉินกำลังโอ้อวด เขาจึงตวาดออกมาว่า “เจ้าอย่าอวดดีนัก ไม่มีประโยชน์!”
“อวดดี?”
“ไร้สาระ!” อู่เหยียนเอ่ยอย่างเย่อหยิ่ง ในขณะที่ลู่เฉินพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ลองดู!”
ลู่เฉินเอ่ยจบก็บรรเลงกู่ฉินเพลิงโบราณ เสียงกรีดร้องดังมาจากเงาโครงกระดูกอีกครั้ง และอู่เหยียนก็ยิ่งก่นด่าอย่างทรมาน “ข้าจะเอาชีวิตเจ้า!”
ชายหนุ่มมองดูอู่เหยียนที่เพิ่มระดับความแข็งแกร่งขึ้นมา