เฟิงหมิงเองก็กำลังร้อนใจ แต่ท้ายที่สุดเขาก็ไม่สามารถเอาชนะลู่เฉินได้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่ประนีประนอม “ข้าเลือกอิสระ”
“ได้ ข้าจะเข้าไปในโลงศพ” หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็หายตัวไป
ภายในโลงศพมีพื้นที่เล็ก ๆ ส่วนชิงเฟิงหมิงก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส เขากำลังนั่งขัดสมาธิ แต่เมื่อเขาเห็นลู่เฉินเข้ามา เขาก็พูดอย่างหดหู่ว่า “ศาสตราวุธวิญญาณนี้ข้าเป็นคนสร้างขึ้น เหตุใดเจ้าถึงควบคุมมันได้?”
“ศาสตราวุธวิญญาณใด ๆ ก็ตาม ในสายตาของข้ามันก็เป็นเพียงเครื่องมือของข้าเท่านั้น”
เมื่อชิงเฟิงหมิงได้ยินเช่นนี้ เขาก็นึกอยากจะฟาดลู่เฉินให้ตาย แต่เขาไม่อาจทำได้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่ประนีประนอม “แล้วเจ้าจะทำอะไร?”
“นั่งลง อย่าขยับ” ลู่เฉินเดินไปวางมือข้างหนึ่งลงบนไหล่ของชิงเฟิงหมิง
ชิงเฟิงหมิงสงสัยว่าเขาจะแอบโจมตีลู่เฉินในเวลานี้ได้สำเร็จหรือไม่ แต่ใครจะรู้ว่าก่อนที่เขาจะทำเช่นนั้น ลู่เฉินก็ได้จัดเตรียมอักขระยันต์หุ่นเชิดไว้รอบแก่นพลังขั้นก่อกำเนิดของเขาแล้ว ซึ่งทำให้ชิงเฟิงหมิงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติในขณะที่เขากำลังจะโจมตี
สิ่งนี้ทำให้ชิงเฟิงหมิงถามอย่างกระวนกระวายว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
“อักขระยันต์หุ่นเชิดมีผลในร่างกายของเจ้าแล้ว ดังนั้นถ้าเจ้าไม่อยากตายก็พูดมาตามตรง”
“เจ้า…” ดวงตาของชิงเฟิงหมิงเบิกกว้าง เขาไม่เคยแม้แต่จะคิดฝันว่าผู้ฝึกขั้นสร้างรากฐานจะสามารถสร้างอักขระยันต์หุ่นเชิดได้ตามต้องการ แต่ลู่เฉินไม่ได้อธิบายอ