ิตวิญญาณของคนได้อย่างไม่มีชิ้นดีหรือ?”
ชิงเฟิงหมิงยิ้มอย่างเยือกเย็นพลางมองมายังลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม เจ้ารู้จักเคล็ดวิชากรงเล็บเถาวัลย์ภูต เช่นนั้นเจ้าก็ควรรู้ว่าเถาวัลย์ชนิดนี้สามารถแทรกเข้าไปภายในร่างกายและคว้าจิตวิญญาณของเจ้า จากนั้นก็สามารถบดขยี้จิตวิญญาณของเจ้าได้อย่างไม่มีชิ้นดี”
“โอ้? เช่นนั้น เจ้าลองแสดงให้ดูเสียหน่อย” ลู่เฉินจ้องมองชิงเฟิงหมิงด้วยสายตาว่างเปล่า เมื่อชิงเฟิงหมิงเห็นว่าลู่เฉินช่างดูอวดดีนัก จึงเบิกตากว้างพลางเอ่ยว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะมอบให้เจ้าดูสักครั้ง!”
เมื่อเห็น ‘มือขนาดใหญ่’ เหล่านั้น แทรกเข้ามาภายในกายเนื้อของลู่เฉิน แต่ไม่ว่า ‘มือขนาดใหญ่’ นั้นจะพยายามจับเช่นไร ก็ไม่สามารถคว้าจิตวิญญาณของลู่เฉินไว้ได้ ทำให้ชิงเฟิงหมิงรู้สึกแปลกใจขึ้นมา “เจ้าไม่มีจิตวิญญาณงั้นหรือ?”
“ไม่ใช่ว่าไม่มีจิตวิญญาณ แต่เป็นเพราะเคล็ดวิชากรงเล็บเถาวัลย์ภูตของเจ้านั้นยังอ่อนแอเกินไป” หลังจากที่ลู่เฉินเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา เขาก็ปรบมือหนึ่งครั้ง เถาวัลย์เหล่านั้นจึงค่อย ๆ สลายกลายเป็นอากาศและหายไปในที่สุด
ชิงเฟิงหมิงเบิกตากว้าง “เมื่อครู่เจ้าทำสิ่งใดกัน?”
“ทำให้ไอภูตผีที่แห้งเหือดของเจ้ากลายเป็นเพียงตำราภูตผี ตบเพียงครั้งเดียวก็หายไปเสียแล้ว” ลู่เฉินแสยะยิ้ม แต่ชิงเฟิงหมิงยังคงไม่เชื่อ “เป็นไปไม่ได้ เจ้า เจ้าไม่สามารถทำเช่นนี้ได้!”
“สองครั้งแล้ว ยังไม่เชื่ออย่างนั้นหรือ?” ลู