องกันถูกทำลายลงในที่สุด ชิงเฟิงหมิงจึงตกตะลึงขึ้นมา
และเมื่อปราณกระบี่สายที่สามพุ่งออกไป มันก็ได้โจมตีใส่ร่างของชิงเฟิงหมิงทันที
ปราณกระบี่พุ่งเข้าไปภายในร่างกายของเขาทันที เลือดพุ่งออกมาเป็นสาย ชิงเฟิงหมิงร้องเสียงดังลั่น ทั้งร่างสั่นสะเทือนจนเซถอยหลังไปหลายก้าว เลือดบนร่างกายค่อย ๆ ไหลทะลักออกมา
ชิงเฟิงหมิงมีสีหน้าไม่ดีนัก และยังคงมองลู่เฉินด้วยแววตาโกรธแค้น “เจ้าสารเลว!”
กุ๋ยเจี่ยจื่อตกตะลึง “ช่างเก่งกาจนัก!”
ลู่เฉินยิ้มประหลาดออกมา และหลอมปราณกระบี่ทั้งสามอีกครั้ง ทำให้ชิงเฟิงหมิงหวาดกลัวขึ้นมา จึงรีบกระโดดไปหลบซ่อนตัวภายในโลงศพหินของตัวเองอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงพูดด้วยความมั่นใจขึ้นมาว่า “หึ ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะทำลายโลงศพหินนี้ได้”
ลู่เฉินจึงลองโจมตีไปออกไป เมื่อปราณกระบี่โจมตีไปโลงศพหินนั้น ปราณกระบี่เหล่านั้นต่างก็ถูกตีกลับออกมา ทำให้ชิงเฟิงหมิงหัวเราะอย่างพึงใจอยู่ในภายในโลงศพหิน “เป็นเช่นไร? คิดไม่ถึงเลยสินะ!”
ลู่เฉินได้ยินเช่นนั้นก็เก็บกระบี่กลับเข้ามาพลางเผยรอยยิ้ม “เจ้าคิดว่าหลบซ่อนอยู่ภายในนั้นจะปลอดภัยอย่างนั้นหรือ?”
“ไร้สาระ โลงศพหินนี้เป็นหนึ่งในสมบัติวิญญาณที่แข็งแกร่งของสำนักภูเขาภูตของเรา” ชิงเฟิงหมิงกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
ทว่าลู่เฉินกลับเอ่ยเยาะเย้ยออกมา “อย่างเจ้าต้องเรียกว่าแสร้งฉลาด”
“แสร้งฉลาด?” ชิงเฟิงหมิงไม่รู้ว่าลู่เฉินนั้นกำลังพูดถึงสิ่งใด แต่ลู่เฉินกลับ