งชอบ อีกเดี๋ยวข้าจะมอบให้ท่านสักสองสามคน!”
“นั่นเป็นเรื่องที่ดี!” องค์ชายรองพูดพร้อมฉีกยิ้ม
พระสนมอู่ยิ้ม ก่อนจะมองไปที่ลู่เฉินและคนอื่น ๆ จิตสังหารซ่อนอยู่ในรอยยิ้มนั้น ราวกับว่านางต้องการฆ่าลู่เฉินในทันที
ทว่านางกลับข่มกลั้นเอาไว้และมองดูทุกคน “อีกเดี๋ยวเมื่อองค์จักรพรรดิเสด็จมา เจ้าจงระวังคำพูด อย่ายั่วโมโหองค์จักรพรรดิ มิฉะนั้นหากโรคร้ายกำเริบจะเลวร้ายไปใหญ่!”
ทันทีที่นางกล่าวคำพูดเหล่านี้ออกมา หลายคนก็ประจบสอพลอทันที
“พระสนมอู่ช่างเป็นห่วงองค์จักรพรรดิจริง ๆ!”
…
พระสนมอู่ได้ยินเช่นนั้นก็อารมณ์ดี ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มสดใส ในขณะที่องค์รัชทายาทยืนอยู่ที่นั่นโดยไม่พูดอันใดให้มากความ
แต่หลังจากนั้นไม่นาน พระสนมอู่ก็มีท่าทีสงบลงและเดินไปหาลู่เฉิน
ทุกคนต่างสงสัยว่าพระสนมอู่กำลังจะทำอันใด
เห็นเพียงพระสนมอู่มาอยู่ตรงหน้าลู่เฉินและเอ่ยเย้าเขาว่า “พ่อหนุ่ม เจ้ากล้าหาญไม่น้อย ยังกล้ามาที่นี่อีกหรือ?”
ก่อนที่ลู่เฉินจะทันได้เปิดปากตอบ หนานเหยาก็ตะโกนด่าว่า “ทีเจ้ายังได้รับอนุญาตให้มา แล้วพวกเรามาไม่ได้งั้นหรือ?”
ทุกคนต่างสงสัยว่าหนานเหยาคนนี้เป็นใคร เพราะนางกล้าหาญมาก คาดไม่ถึงว่าจะกล้าดูถูกพระสนมอู่ผู้นี้ และพระสนมอู่ผู้นี้ก็ยอมทนกับหนานเหยามาหลายครั้ง แต่คราวนี้นางไม่พอใจเมื่อถูกเหยียดหยามต่อหน้าคนจำนวนมาก นางจึงเอ่ยเสียงเย็นว่า “สาวน้อย เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?”
“แล้วเจ้ารู้หรือไ