บใดที่เราหาตามชิ้นส่วนรูปภาพ ใช้เวลาเพียงเล็กน้อย เราก็น่าจะหาเจอ”
ลู่เฉินไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด ดังนั้นเขาจึงสลักอักขระยันต์หุ่นเชิดเข้าไปในตัวอีกฝ่าย จากนั้นก็ปล่อยให้เขาเดินออกจาก ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ แล้วพูดว่า “เอาภาพมาให้ข้าดู”
เป่ยโหวไม่กล้าปฏิเสธ เขาจึงรีบวางภาพลงบนโต๊ะ ลู่เฉินมองดูแล้วก็พบว่ามันเป็นแผนที่ของทุ่งหิมะทางตอนเหนือของแดนทักษิณา แต่เขายังไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่นอนได้
“รูปนี้นี่แหละ” เป่ยโหวพูดอย่างประหม่า จากนั้นชายหนุ่มก็หันมาถาม “วังเหมันต์สงัด นอกจากให้เจ้าช่วยเรื่องนี้แล้ว ยังมีเรื่องอะไรอีกหรือไม่”
“ใช่” เป่ยโหวพยักหน้ารับ
“พูดมา”
“คนจากวังเหมันต์สงัด ให้ข้าร่วมมือกับขุนนางผู้อื่นในวังพรุ่งนี้เพื่อใส่ร้ายเจ้า”
“ใส่ร้ายข้า?” ลู่เฉินต้องการรู้ว่าวังเหมันต์สงัดนี้จะใส่ร้ายเขาเรื่องอะไร
เป่ยโหวพยักหน้า “ใช่”
“รายละเอียดล่ะ”
“ให้บอกว่าเจ้าอยู่ในราชวงศ์หนานโยว กำลังสร้างกองกำลังไปทั่ว เตรียมที่จะโค่นล้มราชวงศ์หนานโยว และแม้กระทั่งเผชิญหน้ากับแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด และหวังว่าข้าจะร่วมมือกับขุนนางเหล่านั้นเพื่อใส่ร้ายเจ้า ก่อนที่องค์จักรพรรดิจะตัดสินลงโทษเจ้า” เป่ยโหวกล่าวด้วยความตื่นตระหนก
“สร้างกองกำลัง โค่นล้มราชวงศ์ เรื่องน่าเบื่อเช่นนี้ ไยข้าต้องทำด้วย?” ลู่เฉินไม่ต้องการสร้างราชวงศ์ใด ท้ายที่สุดแล้ว ราชวงศ์เป็นเพียงหุ่นเชิดครึ่งตัวที่ได้รับการสนับส