่านั้นก็ยืนเรียงกันเป็นแถว และหลังจากที่พลังในร่างกายของพวกนางถูกปลดปล่อยออกมา พลังปราณของคนเหล่านี้ก็หลอมรวมกัน ก่อเกิดเป็นรอยแสงสีเขียวขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่ลู่เฉินทันที!
ทันใดนั้นลู่เฉินก็หายตัวไป
“ไปไหนแล้ว” ทุกคนตกใจ สตรีเหล่านั้นพลันตกใจเช่นกัน และต่างพากันมองไปรอบ ๆ
ยามนี้ชายหนุ่มมาหยุดยืนอยู่ข้างหลังสตรีเหล่านั้นพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย “ไม่เจียมตัวเอาเสียเลย!”
สตรีเหล่านั้นต่างตื่นตกใจและหันมาทีละคน ทว่าลู่เฉินชักกระบี่กระบี่สยบเก้าทิศออกมา ก่อนส่งปราณกระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งโจมตีสตรีนางหนึ่งอย่างกะทันหัน
สตรีที่ถูกโจมตีกระเด็นขึ้นไปในอากาศทันที ทำให้คนที่เหลือตกใจยิ่ง แต่พวกนางก็รวมตัวกันอีกครั้ง ทว่าลู่เฉินก็ได้หายไปอีกครั้งเสียแล้ว
ความสามารถเช่นนี้ทำให้พวกนางตกใจไม่น้อยขณะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพราะลู่เฉินมักจะปรากฏตัวขึ้นอย่างผลุบ ๆ โผล่ ๆ และจัดการกับพวกนาง ทำให้คนส่วนใหญ่พากันล้มลงในเวลาไม่นาน
จางเชียนที่เฝ้ามองจากด้านข้างรู้สึกกระวนกระวายใจไม่น้อย “ชายผู้นี้ ข้าไม่ได้เจอเขาแค่สองสามเดือน ไฉนเขาจึงน่ากลัวปานนี้แล้ว!”
หน้าผากของตู๋ซานชิงมีเหงื่อผุดซึมออกมาเช่นกัน “ความเร็วน่ากลัวกว่าเดิมมาก!”
องค์ชายเจ็ดไม่ยินยอม เขาตะโกนบอกสตรีที่เหลือและฝาแฝดที่อยู่ข้างหลังว่า “ไปช่วยพวกเขา!”
ทั้งสองจึงออกไปทันที
แต่สตรีเหล่านี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลู่เฉินอยู่ที่ใด และพวกนางต่างก็ได้รับบาด