ัดอยู่ในอันดับที่แปด”
“แล้วเช่นไรหรือ?” ลู่เฉินเอ่ยเพียงสั้น ๆ แต่กลับทำให้มือสังหารเหล่านี้เกิดความโมโหขึ้นมา บางคนถึงกับตะโกนขึ้นมาภายใต้หน้ากากว่า “ผู้นำหลัวอย่าไปสนใจเขาเลย แค่จัดการเขาแล้วมอบให้แก่ผู้ว่าจ้างก็พอแล้ว!”
หลัวซาจ้องมองไปยังลู่เฉินทันที “เจ้าได้ยินหรือไม่? เหล่าพี่น้องของข้าต่างก็อยากจะกำจัดเจ้า!”
“กำจัดข้า? พวกเจ้าทำเช่นนั้นไม่ไหวหรอก” ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีเลศนัย คนพวกนี้ต่างคิดว่าลู่เฉินนั้นหยิ่งผยองเกินไป ดังนั้นจึงมีชายผู้หนึ่งคิดจะเตะเขาสักครั้ง ทว่าผู้ใดจะคิดว่าลู่เฉินกลับหลบได้อย่างง่ายดาย ทำให้ชายผู้นั้นทำได้เพียงเตะอากาศเท่านั้น
เหล่านักฆ่าต่างไม่เข้าใจ เหตุใดลู่เฉินที่ถูกตาข่ายตรึงไว้กลับยังสามารถขยับกายได้ หลัวซาจึงเอ่ยขึ้นมาด้วยแววตาเย็นชา “พ่อหนุ่ม ตาข่ายนี้สามารถสกัดกั้นพลังปราณได้ เหตุใดเจ้ายังสามารถใช้พลังปราณได้?”
คำถามนี้คนอื่น ๆ ต่างก็อยากรู้เช่นกัน
“เพียงตาข่ายนี้หรือ? มันก็แค่ขยะไร้ค่า” สิ้นประโยคนั้น ตาข่ายนี้ก็ถูกคลายออก จากนั้นจึงกลายเป็นม้วนด้ายม้วนหนึ่งตกลงสู่ฝ่ามือของลู่เฉิน ทุกคนเห็นฉากดังกล่าวก็พากันตกตะลึงไปในบัดดล
แม้แต่มือสังหารบางคนยังกล่าวออกมาอย่างเหลือเชื่อ “นี่… จะเป็นไปได้อย่างไร?”
มือสังหารบางคนเบิกตากว้างพลางเอ่ยว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
หลัวซารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติจึงจ้องไปยังลู่เฉิน “เจ้าสามารถหนีไปได้ เหตุใดจึงไม่คิดหนี แต่กลั