ผลให้เขาเจ็บปวดราวกับร่างกายถูกคนทุบตี
เจ็บปวดจนฉินเทียนเลี่ยอยากจะร้องออกมา ทว่าเขาก็พยายามอดกลั้นไว้
คนเหล่านั้นรู้สึกร้อนใจขึ้นมา พวกเขาต่างมองไปยังฉินเทียนเลี่ยและถามไถ่อาการของเขา ฉินเทียนเลี่ยลุกขึ้นมา สายตาจ้องมองไปยังลู่เฉิน “ผนึกเขตแดนนี้ เจ้าควบคุมมันได้อย่างไร?”
“ถึงแม้จะบอกว่านี่เป็นผนึกเขตแดน แต่แท้จริงแล้วภายในนี้ยังมีค่ายกลโจมตี และเดิมทีก็พุ่งเป้าไปยังศาสตราวุธวิถีมาร ทว่าในเมื่อพวกเจ้าไม่รู้จักใช้มันก็ช่างมันเถิด” ลู่เฉินกล่าวพลางยิ้ม ขณะที่มองไปยังฉินเทียนเลี่ย
แน่นอนว่าฉินเทียนเลี่ยไม่คิดเชื่อคำพูดนั้น “เป็นไปไม่ได้ ภายในนี้จะมีค่ายกลโจมตีได้อย่างไร?!”
ลู่เฉินยิ้มเย็นชา “พวกเจ้าลองดูว่ารอบ ๆ ศิลาหินนั้นมีร่องรอยของการถูกอะไรบางอย่างโจมตีหรือไม่? ข้าคิดว่าค่ายกลโจมตีนี้เคยโจมตีไปยังศิลาหินนี้หลายครั้งแล้ว”
ทุกคนต่างเห็นว่าบนศิลาหินนั้นมีร่องรอยต่าง ๆ แต่ก่อนที่พวกเขาจะมาคุ้มครองที่แห่งนี้ก็มีร่องรอยนี้มาก่อนแล้ว ดังนั้นเมื่อรู้ถึงสาเหตุแล้ว แต่ละคนจึงแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา
ทว่าฉินเทียนเลี่ยกลับรู้สึกว่ามันไร้สาระ “เจ้า! เจ้าอย่ามาทำให้พวกข้ากลัวไปหน่อยเลย!”
“งั้นหรือ? เช่นนั้นก็ลองดูเองเถอะ!” จากนั้นเขตแดนนี้ก็พลันปรากฏแสงสีทองออกมามากขึ้น และแสงสีทองเหล่านี้ก็ตกลงสู่ร่างของฉินเทียนเลี่ย ก่อนที่ฉินเทียนเลี่ยจะกระเด็นออกไป
เมื่อเริ่มแรกยังสามารถต้านทานได้ แต่เมื่