….
ลู่เฉินที่อยู่อีกด้านหนึ่ง ขณะนี้ชายหนุ่มได้เดินทางไปใกล้สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์แล้ว
และต้องไม่ลืมว่ายอดฝีมือหลายคนของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ล้วนแต่ยอมจำนนต่อลู่เฉินแล้ว
ดังนั้นเมื่อชายหนุ่มมาถึงในเวลานี้ คนเหล่านั้นจึงมาต้อนรับเขา และแม้แต่ลวี่ซ่างเพียวแห่งสำนักพฤกษาสวรรค์ก็ทักทายว่า “เจ้ามาแล้ว…”
“อืม” ลู่เฉินเคยอยู่สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์มาก่อน ดังนั้นเขาจึงรู้เส้นทางและเดินออกไปอย่างมั่นใจ ในขณะที่คนเหล่านั้นสงสัยว่าเหตุใดลู่เฉินถึงได้มาที่นี่
สำหรับลู่เฉินที่เดินขึ้นบันไดไปครู่หนึ่ง เขาหันกลับมาถามว่า “หุบเขาฟ้าศักดิ์สิทธิ์ของสำนักอยู่ที่ใด?”
“หุบเขาฟ้าศักดิ์สิทธิ์?” ลวี่ซ่างเพียวงุนงง ทว่าซือตู๋เทียนพลันก้าวไปข้างหน้าและกล่าวว่า “หุบเขาฟ้าศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นพื้นที่ต้องห้ามของพวกเรา มีเพียงผู้อาวุโสเท่านั้นที่จะมีคุณสมบัติที่จะก้าวเข้าไปได้”
“พาข้าไปดูหน่อย” ลู่เฉินมองไปที่ซือตู๋เทียนด้วยรอยยิ้ม
“ผู้อาวุโส เหตุใดท่านจึงคิดจะไปที่หุบเขาฟ้าศักดิ์สิทธิ์?” ซือตู๋เทียนถาม
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนั้น” ลู่เฉินเอ่ยจบก็มองไปรอบ ๆ เพื่อดูว่าผู้ที่ผู้ชิงรากวิญญาณในตอนแรกอยู่ในหมู่พวกเขาหรือไม่
ทว่าศิษย์ของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ก็พากันจ้องลู่เฉินด้วยความรู้อยากเห็นเช่นกัน
บางคนถึงกับกระซิบว่า “เขาเพิ่งหนีจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราไปไม่ใช่หรือ?”
“คนที่ขโมยเคล็ดวิชา?”
“ใช่ เขานั่นแหละ