ว ใครที่บอกเบาะแสแก่เจ้า …ใครใส่ร้ายข้า!” ลู่เฉินพูดอย่างหมดความอดทนเล็กน้อย
ทว่าจูเก๋อเทียนกลับคร้านเกินกว่าจะอธิบาย เขาถือพัดสีดำไว้ในมือ โบกมันไปมาและพูดว่า “เชื่อหรือไม่ว่าข้ากำจัดเจ้าได้?”
เมื่อทุกคนได้ยินว่าจูเก๋อเทียนกำลังจะจัดการกับลู่เฉิน พวกเขาทั้งหมดต่างก็อุทาน ส่วนลู่เฉินเพียงมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มแล้วเอ่ยว่า “เจ้าคิดว่าเจ้ามีความสามารถหรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จูเก๋อเทียนก็หัวเราะเยาะ “ข้าได้ยินมาว่าเจ้ามีพลังมาก ทว่านั่นก็เมื่ออยู่ในค่ายกลเท่านั้น”
“อันใดนะ? คิดว่าไม่มีค่ายกลก็จะต่อกรกับเจ้าไม่ได้หรือ?”
“ไร้สาระ ข้าอยู่ในขั้นก่อกำเนิดระดับสมบูรณ์พร้อม แล้วเจ้าเล่า? ถ้าปราศจากค่ายกล เจ้าจะต้านทานข้าได้อย่างไร?”
คำถามนี้คนมากมายของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ก็คิดเช่นกัน
“ข้าจะถามเจ้าอีกครั้งว่าใครเป็นคนใส่ร้ายข้า”
“นั่นขึ้นอยู่กับว่าเจ้ามีความสามารถที่จะรู้หรือไม่!” หลังจากเอ่ยจบ จูเก๋อเทียนก็กำลังจะเคลื่อนไหว แต่แล้วผู้อาวุโสที่อยู่โดยรอบ รวมทั้งคนอื่นๆ ก็พากันเข้ามาหยุดจูเก๋อเทียนไว้
จูเก๋อเทียนจึงต่อว่าทันที “เขาเป็นคนทรยศ เหตุใดพวกเจ้ายังจะช่วยเขาอีก?”
ทุกคนล้วนหยดเลือดลง ‘ศิลาจารึก’ แล้ว ดังนั้นพวกเขาย่อมต้องช่วยลู่เฉิน และเมื่อคนพวกนั้นไม่ตอบ มันก็ทำให้จูเก๋อเทียนรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา “คนทรยศ พวกคนทรยศ!”
แต่ลู่เฉินกลับมองดูทุกคนด้วยรอยยิ้ม “ถอยไป ให้ข้าสั่งสอนเขาเอง”
เมื่อ