้ามาวุ่นวายกับข้า ไม่เช่นนั้น…”
เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้น พวกเขาก็บอกว่าต่อไปจะไม่สร้างปัญหาให้ลู่เฉินและสำนักเก้าสุขสงบอีก!
ลู่เฉินคลี่ยิ้ม จากนั้นจึงปล่อยคนเหล่านี้ไป
เมื่อมองดูคนเหล่านี้จากไป ลู่เฉินก็ยิ้มออกมา จากนั้นจึงเอาประตูไร้สิ่งสรรพออกมา เขาเปิดออกแล้วเดินเข้าไปข้างในเพื่อพบกับผู้คนจากแดนศักดิ์สิทธิ์
ภายในนั้น กู่ทงเริ่มร้องขอความเมตตา “ปล่อย… ปล่อยพวกเราไปเถิด”
“ปล่อยพวกเจ้าไปหรือ?” ลู่เฉินเผยรอยยิ้มแปลก ๆ และเมื่อกู่ถงเห็นรอยยิ้มของชายหนุ่ม เขาก็พูดอย่างกระวนกระวายว่า “พวก… พวกเราไม่กล้าอีกแล้ว”
“คำพูดของเจ้า เชื่อถือได้แน่หรือ?” ลู่เฉินหัวเราะอย่างเย็นชา
“แล้ว… แล้วเจ้าต้องการอันใด?”
ลู่เฉินพลันเดินไปรอบ ๆ ปากก็กล่าวว่า “อยากให้ข้าปล่อยเจ้าไป …ย่อมได้ ทว่าพวกเจ้ายังต้องจัดการธุระบางอย่างแทนข้า”
“ธุระ?” คนเหล่านี้มองหน้ากันไปมา
“ช่วยข้าจับหนานกงมู่”
กู่ทงตกใจ “นางเป็นสตรีของบุตรศักดิ์สิทธิ์ พะ… พวกเราไม่อาจทำอันใดนางได้โดยง่าย”
“แล้วพวกเจ้าอยากตายหรือไม่?”
“พะ… พวกเราจะพยายามเต็มที่” กู่ทงให้คำมั่น ทว่าลู่เฉินจะเชื่อพวกเขาง่าย ๆ ได้อย่างไร? ดังนั้นชายหนุ่มจึงสลักอักขระยันต์หุ่นเชิดลงบนตัวคน ก่อนจะปล่อยพวกเขาให้จากไป
หลังจากที่คนเหล่านี้จากไป ลู่เฉินก็เดินออกจากประตูไร้สิ่งสรรพ หยิบกู่ฉินเพลิงโบราณออกมา และยิ้มให้เยว่เซียวที่อยู่ข้างใน “เราต้องคุยกัน”
เมื่อรู้ว่าไม่มีทางห