เล็กน้อย ดังนั้นจึงมีเพียงข้าเท่านั้นที่ควบคุมมันได้ และยอดฝีมือเหล่านั้น หากแตะต้องเข้าก็จะโดนพลังสะท้อนกลับ”
ทุกคนต่างพากันตกตะลึง
จากนั้นศิษย์ของสำนักต่าง ๆ ก็เริ่มปั่นป่วน ส่วนบรรดาผู้อาวุโสซึ่งถูกลู่เฉินจัดการควบคุมไปแล้ว พวกเขาก็พากันแสร้งทำเป็นปลอบใจทุกคน และในขณะนั้น มู่หรงหยิงที่หายไปก็ได้มาปรากฏตัว ณ ยอดเขาแห่งหนึ่ง
เมื่อเห็นดังนั้น หลันหยาและคนอื่น ๆ จึงรีบไปที่นั่นทันที
“ท่านเจ้าสำนัก ท่านไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่?” หลันหยาถามด้วยความเป็นห่วง ขณะที่มู่หรงหยิงส่ายศีรษะแล้วเอ่ยว่า “ข้าไม่เป็นไร เพียงแต่…”
หลันหยามองดูสำนักต่าง ๆ ที่อยู่ในความโกลาหลแล้วอุทานว่า “ข้าไม่คาดคิดว่าเขาจะปั่นป่วนค่ายกลขนาดใหญ่ที่จัดตั้งโดยพวกคนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้”
“ไม่ใช่แค่ปั่นป่วน หากแต่ตอนนี้เขาคงเข้าครอบครองแล้วด้วยซ้ำ” มู่หรงหยิงสังหรณ์ใจ ส่วนหลันหยาเบิกตากว้าง “เจ้าสำนัก หมายความว่า เขาจะพลิกกลับเป็นฝ่ายโจมตี และทำให้ผู้คนจากสำนักต่าง ๆ รวมถึงคนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ถูกกำจัดออกไปงั้นหรือ?”
“ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ก็เป็นไปได้” มู่หรงหยิงมองไปที่ท้องฟ้า นางคิดว่าค่ายกลนี้น่ากลัวยิ่ง เนื่องจากมันเกิดจากความร่วมมือระหว่างดินแดนศักดิ์สิทธิ์และสำนักต่าง ๆ
ฉากนี้ทำให้หลันหยาและอื่น ๆ รู้สึกเหลือเชื่อ
แต่คนที่ตกใจที่สุดคือผู้คนจากสำนักต่าง ๆ รวมถึงเยว่เซียวจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ตาค้างไปแล้ว