ู้ที่อยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้ก็ทำอันใดข้าไม่ได้”
สตรีเหล่านี้ไม่คาดคิดว่าลู่เฉินจะบ้าดีเดือดเช่นนี้
แววตาของพี่หญิงอวิ๋นฉายแววเย็นชา “พี่น้อง พวกเจ้าได้ยินหรือไม่?”
ในบรรดาสตรีเหล่านี้มีผู้ที่อารมณ์ฉุนเฉียวอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ที่นี่เป็นเวลานาน พวกนางเก็บงำความโกรธเอาไว้ และมักจะไม่มีที่ระบายความโกรธ แต่ตอนนี้มีคนมาให้ระบายความโกรธแล้ว ดังนั้นสตรีเหล่านี้ย่อมไม่พลาดโอกาส!
ดังนั้นทันทีที่เริ่มลงมือ พวกนางก็ใช้เคล็ดวิชาบางอย่างส่งเถาวัลย์ออกไป หมายจะรัดพันร่างของลู่เฉินไว้
อสูรรกร้างรีบร้อนกล่าวทันทีว่า “ทุกคน คุยกันดี ๆ ได้หรือไม่?”
“ไม่!” พี่หญิงอวิ๋นตอบอย่างเย็นชา ส่วนอสูรรกร้างก็รู้สึกหดหู่และวิตกกังวล
ลู่เฉินจึงยิ้มอย่างขมขื่น “เจ้านี่นะ..”
“ข้า…” อสูรรกร้างดูเหมือนเด็กที่ทำผิด ส่วนลู่เฉินก็ถอนหายใจ “เจ้านี่ดูผิดกับรูปลักษณ์ยิ่งนัก ทั้ง ๆ ที่ตัวใหญ่โตแท้ ๆ แต่กลับไม่มีความดุร้ายแม้แต่น้อย”
อสูรรกร้างตกตะลึงกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด ในขณะที่พี่หญิงอวิ๋นจ้องมองลู่เฉินแล้วเอ่ยว่า “ดูแลตัวเองไม่ได้ ยังมีอารมณ์สนใจคนอื่นอยู่หรือ?”
“แค่เถาวัลย์พวกนี้ เจ้าคิดว่าพวกมันจะจับข้าได้หรือ?” ลู่เฉินกล่าวเหยียดหยาม
พี่หญิงอวิ๋นจึงเอ่ยอย่างเย้ยหยันว่า “เจ้าหนู แม้ว่าพวกเราจะอยู่ในขั้นสร้างรากฐาน แต่เราอยู่ที่นี่มานานแล้ว และก็อยู่ในขั้นสร้างรากฐานระดับสมบูรณ์พร้อม ยิ่งไปกว่านั้นเถาวัลย์ของเร