้าจะรู้”
ชายในชุดคลุมสีฟ้าอธิบายต่อ “ก่อนมาที่นี่ ข้าเคยตรวจสอบเจ้ามาก่อน ได้ยินมาว่าเจ้าและเถียนหวิ๋นเมิ่งเคยมีความสัมพันธ์เป็นคู่หมั้นคู่หมายกันมาก่อน แต่ต่อมาเจ้าก็ถอนหมั้นนาง!”
“แต่หลังจากที่ข้าถอนหมั้นนาง นางกลับคิดแต่งเข้าสำนักพฤกษาสวรรค์ เพราะพลาดจากข้าที่ถูกขับออกจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ใช่หรือไม่?” ลู่เฉินยิ้ม
อีกฝ่ายตอบด้วยสีหน้าลำบากใจว่า “เรื่องนี้…”
“พูดมาเถิด เถียนอวิ๋นเมิ่งผู้นี้ เหตุใดจึงต้องเข้าร่วมสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์?!” ลู่เฉินรู้ดีว่าสาเหตุที่เถียนอวิ๋นเมิ่งไปยังสำนักพฤกษาสวรรค์นั้นเพื่อศาสตราวุธวิถีมาร แต่สาเหตุที่จะไปยังสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์นั้น …มันเพื่อสิ่งใดกัน?
แต่ชายในชุดคลุมสีฟ้านี้กลับเงียบไป ตัวคนคล้ายกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก
“แม้แต่สิ่งนี้ยังไม่กล้าบอกข้า แล้วยังคิดให้ข้าเสนอเงื่อนไขงั้นหรือ? พวกเจ้าคิดว่าข้าใจดีมากนักหรือ?” ลู่เฉินแสยะยิ้ม
ชายในชุดคลุมสีฟ้าจึงถอนหายใจออกมาพลางเอ่ยว่า “สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ได้ผนึกศาสตราวุธวิถีมารไว้ และภายในศาสตราวุธวิถีมารนั้นมันก็มีวิญญาณมารหลงเหลืออยู่!”
“มารตัวใดกัน ถึงถูกสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ผนึกไว้ได้ และถึงขนาดทำให้พวกเจ้าสนใจเสียด้วย!” ลู่เฉินแปลกใจ
“เมื่อหนึ่งแสนปีก่อน หนึ่งในสิบมารผู้ยิ่งใหญ่ ม่อชิงเทียน”
ลู่เฉินเบิกตากว้าง “อะไรนะ?!”
ม่อชิงเทียน นามนี้ลู่เฉินคุ้นเคยไม่น้อย เพราะในปีนั้น ตนนับเป็นอันดับหนึ่งในสิบ